by JaK_Moshi | Apr 28, 2016 | Travel
Tokyo Disneyland VS Universal Studio Japan
อันไหนน่าเที่ยวกว่ากันนน?!?
มีคนถามเข้ามากันเยอะเลยค่ะ ว่าระหว่างไปเที่ยวดิสนีย์แลนด์ที่โตเกียว(TDL) กับยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน(USJ)ที่โอซาก้า อันไหนเวิร์คกว่ากัน อันไหนคุ้มกว่ากัน วันนี้เราก็เลยรวบรวมข้อมูลความแตกต่างของธีมปาร์คสุดฮิตในญี่ปุ่นสองที่นี้มาให้อ่านกันค่ะ จะได้แพลนกันได้ว่าเราเหมาะจะไปเที่ยวตรงไหนกันแน่นะ…?!
1.คอนเซปต์ของธีมปาร์ค
Tokyo Disneyland (TDL)

Cr : tokyodisneyresort.jp
เริ่มด้วยคอนเซปต์ของโตเกียวดิสนีย์แวนด์ก่อนค่ะ ที่นี่หน่ะ เค้ามีคอนเซปต์น่ารักๆว่า เป็น “เมืองแห่งความฝัน” ที่ไม่ว่าคุณจะอายุเท่าไหร่ จะเป็นคนชาติไหน เพศไหน มาที่นี่รับรองว่าจะสนุกสนานเพลิดเพลินอย่างแน่นอน เป็นสถานที่ที่จะทำให้คุณหัวเราะ สนุกสนาน ตกใจ และได้แอดเวนเจอร์ มีความทรงจำดีๆติดไม้ติดมือกลับบ้านแน่นอน
Universal Studio Japan (USJ)

Cr : travelheadline.com
ส่วนทางยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปนก็ไม่น้อยหน้า เค้าว่า ด้วยบริการที่น่าประทับใจเหนือความคาดหมายของลูกค้า เค้าจะเป็นผู้นำในโลกธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนท์เชียวล่ะ มุ่งมั่นมากๆเลยค่ะ
2. คาแรคเตอร์ประจำธีมปาร์ค
Tokyo Disneyland (TDL)

Cr : tokyodisneyresort.jp
โลโก้ของดิสนีย์แลนด์จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “มิคกี้เมาส์”!!! พี่มิคกี้ของพวกเราจะรอตอนรับทุกคน(ที่หัวใจยังเด็ก)อยู่ที่ดิสนีย์แลนด์นะจ้ะ ส่วนตัวการ์ตูนตัวอื่นๆที่เราจะได้พบที่นี่ก็หนีไม่พ้นบรรดาตัวการ์ตูนน่ารักๆของค่ายดิสนีย์เค้า อย่างเช่น มินนี่เมาส์ โดนัลด์ดั๊ก บรรดาเจ้าหญิงเจ้าชายในการ์ตูนคลาสสิกหลากหลายเรื่องของดิสนีย์ ไล่ไปจั้งแต่เจ้าหญิงนิทรา สโนว์ไวท์ โพคาฮอนทัส แอนนา เอลซ่า บลาๆ

Cr : news.ameba.jp
Universal Studio Japan (USJ)

Cr : usj.co.jp
คนไทยอาจจะไม่รู้จักกันเท่าไหร่ คาแรกเตอร์หลักของที่นี่ก็คือ Woody Woodpecker ตัวการ์ตูนสุดคลาสสิกของยูนิเวอร์แซลสตูดิโอค่ะ ส่วนคาแรคเตอร์อื่นๆที่เราจะได้เจอที่นี่ นำทีมมาโดยเหล่าตัวการ์ตูนใน Sesame Street สนูปปี้ ฮัลโหลคิตตี้ สไปเดอร์แมน หลังๆนี้ยังมีแฮร์รี่ พอตเตอร์ วันพีช และตัวฮาอย่างบรรดามินเนียนค่ะ

Cr : lmaga.jp
3. เครื่องเล่นสุดสนุก Top 3 ของธีมปาร์ค
Tokyo Disneyland (TDL)
อันดับ 3 : Peter Pan’s Flight

Cr : tokyodisneyresort.jp
อยากบินได้ไปบนฟ้าแบบปีเตอร์แพนและผองเพื่อนมาทางนี้ เครื่องเล่นเรือเหาะที่นั่งได้สองคนที่จะพาพวกเรา ออกบินไปเนเวอร์แลนด์จากหน้าต่างห้องนอนของเวนดี้กันค่ะ
อันดับ 2 : Splash Mountain

Cr : tokyodisneyresort.jp
เจ้าเรือกลมๆที่พาคุณไหลลื่นตะลุยน้ำตกแบบอเมริกาตอนใต้ที่มีความยาวกว่า 16 เมตรด้วยความเร็วสูง ในโลกของสัตว์ตัวน้อย ไปยังดินแดนแห่งเสียงหัวเราะ แค่คิดก็มันส์แล้วเนอะ
อันดับ 1 : Mickey’s PhilharMagic

Cr : spinout-kj.com
ในส่วนอันดันหนึ่งนั้น…ก็ต้องยกให้คอนเสิร์ตที่เปี่ยมไปด้วยเวทมนตร์ของพี่มิคกี้เค้าล่ะค่ะ แต่ในคอนเสิร์ตไม่ได้มีแค่พี่มิคกี้เท่านั้นนะคะ พี่โดนัลดั๊กและการ์ตูนตัวอื่นๆเค้าก็มาแจม ได้ทั้งดู ทั้งฟังเพลง รับรองว่าฟินนน
Universal Studio Japan (USJ)
อันดับ 3 : Hollywood Dream – The Ride

Cr : usj.co.jp
รถไฟเหาะที่มีความสูงกว่า 43 เมตร เครื่องเล่นมีสองแบบ คือ แบบเอาหน้าลง กับเอาหลังลง แค่นั่งรถไฟเหาะก็เสียวจะแย่อยู่แล้ว นี่มีแบบให้เลือกเอาเฉพาะหน้าหรือหลังลงอีกกก ใครชอบเครื่องเล่นเสียวๆ คาดเดาไม่ได้แบบนี้ อยากให้ไปลองงงง (ในรูปเป็นแบบเอาหลังลงนะจ้ะ)
อันดับ 2 : Amazing Adventure of Spider-man – The Ride 4K3D

Cr : usj.co.jp
อันดับสองหนีไม่พ้นพี่สไปเดอร์แมนเค้าล่ะค่ะ ตัวคุณจะได้เข้าไปเยี่ยมชมในบริษัทที่ผลิตหนังสือพิมพ์ Daily Bugle แบบในเรื่อง แล้วววว…ก็เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นจนได้ จนคุณต้องไปเป็นนักข่าวจำเป็น ต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์จริงเข้าสินี่….เครื่องเล่นชิ้นนี้จะทำให้คุณได้พบกับสไปเดอร์แมนที่ปฏิบัติการปราบเหล่าร้ายในสถานการณ์จริง‼ น่าตื่นเต้นนนจังงงง
อันดับ 1 : Harry Potter and the Forbidden Journey

Cr : usj.co.jp
จะเป็นสาวกหรือไม่ใช่สาวกแฮร์รี่ พอตเตอร์ก็ชอบโซนนี้กันทั้งนั้น เพราะโซนนี้เค้าจะพาคุณเข้าไปเยี่ยมชมโรงเรียนเวทมนตร์ฮอกวอร์ตที่เต็มไปด้วยสิ่งมหัศจรรย์ โต๊ะทำงานของศาสตราจารย์ดับเบิ้ลดอร์ ห้องนั่งเล่นของบ้านกริฟฟินดอร์ ต่อสู้กับศิลปะด้านมืดชิมลางก่อนไปท่องเที่ยวในดินแดนต้องห้าม ได้หลงเข้าไปในดินแดนเวทมนตร์แบบในหนังสือชื่อดังแบบนี้ ใครจะไม่ชอบละเนอะ
นอกจากสามอันดับที่ว่ามาแล้ว แต่ละที่เค้ายังมีโซนเครื่องเล่นที่ทั้งตื่นเต้น และน่ารักกุ๊กกิ๊กอยู่อีกหลายอย่างเลยค่ะ ใครชอบแนวมุ้งมิ้ง ฟรุ้งฟริ้งหน่อยน่าจะชอบดิสนีย์แลนด์ ส่วนใครชอบโหดๆ ลุยๆ ดูแมนๆหน่อยน่าจะชอบสไตล์ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอนะคะ (ที่นี่ก็มีมุ้งมิ้งๆ สนูปปี้ คิตตี้ด้วยเหมือนกันนะ)
4. ค่าตั๋ว
เมื่อก่อนนี้ค่าตั๋วของดิสนีย์แลนด์จะถูกกว่านิดหน่อยค่ะ แต่ตอนนี้ขยับขึ้นมาเท่ากันซะแล้ว สำหรับตั๋วผู้ใหญ่ (one-day pass)ตอนนี้อยู่ที่ 7,400 เยนเท่ากันค่ะ ส่วนตั๋วเด็กจะต่างไปตามช่วงอายุ ของทางดิสนีย์แลนด์จะถูกกว่าหน่อยๆค่ะ
5. ขนาดพื้นที่
ทายสิว่าที่ไหนใหญ่กว่ากัน??? ….ติ๊กต๊อกๆ
คำตอบก็คือ…..ที่ดิสนีย์แลนด์ค่ะ สวนสนุกแห่งนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ 5.1 ตารางกิโลเมตร ส่วนยูนิเวอร์แซลสตูดิโอเจแปน มีขนาดเพียงแค่ 3.9 ตารางกิโลเมตรค่ะ
เป็นไงค่ะ ข้อมูลที่เราสรุปมาให้เทียบดูกันคร่าวๆ พอจะตัดสินใจได้รึยังเอ่ย???
ถ้าอยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม ลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ที่เป็นทางการของทั้งสองที่ตามลิงค์ข้างล่างเลยค่าาา

Cr : disney.o0o0.jp
ยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ เจแปน (USJ):www.usj.co.jp

Cr : fanblogs.jp
ขอบคุณข้อมูลจาก www.mushroomtravel.com
by admin | Apr 13, 2016 | Travel
เช้าวันนี้ตื่นมาเวลประมาณ 06.30 น. ครับ ทำการเก็บข้าวของไว้และลงไปทานอาหารเช้าที่โรงแรม โปรแกรมวันนี้ยาวเลยครับ อันดับแรกไปเยี่ยมชม ปราสาทคุมาโมโต้กันก่อนเลยแล้วกัน ก่อนจะเดินทางเราจึงขอฝากกระเป๋าไว้กับทางโรงแรมซะก่อน แล้วจึงออกเดินทาง
การเดินทางจากโรงแรมที่เราพักไปยังปราสาทคุมาโมโต้เราจะไปโดยรถรางครับ ประวัติคร่าว ๆ ของปราสาทคุมาโมโต้ ขออนุญาติอ้างอิงมาจาก wikipedia นะครับ
ปราสาทคุมะโมะโตะได้่เริ่มสร้างขึ้นอย่างจริงจังจนเสร็จสมบูรณ์ในปี ค.ศ. 1601 โดยดำริของ คะโต คิโยะมะซะ เจ้าแห่งคุมะโมะโตะ เพื่อใช้เป็นป้อมปราการ จนแล้วเสร็จในปี ค.ศ. 1607 พื้นที่อาณาบริเวณของปราสาทยาวประมาณ 9 กิโลเมตร ตัวปราสาทมีป้อมปืน 49 ป้อม ประตูป้อมปืน 18 ประตู และประตูขนาดเล็ก 29 ประตู มีหอคอยสูง 2 หอ ทำให้สามารถมองได้รอบทิศจากมุมสูง หอใหญ่จะสูง 30.3 เมตร หอเล็กสูง 19 เมตร ปราสาทหลังเดิมถูกเพลิงไหม้เสียหายในปี ค.ศ.1877 ต่อมาได้สร้างใหม่ในปี ค.ศ.1960
ในการนั่งรถรางนี้เราจะไปลงที่สถานี Kumamoto Castle เลยนะครับ

พอถึงสถานีเราจะมาโผล่ตรงทางด้านข้างของปราสาทนะครับ ทางด้านข้างของปราสาทนั้นจะปลูกต้นซากุระ เรียงรายเลยครับ เป็นซากุระที่แรกที่ได้พบตั้งแต่มาเที่ยวญี่ปุ่นเลย แต่ช่วงบานใหม่ ๆ ซากุระจะค่อนข้างขาวอยู่ครับ



ตื่นเต้นกับซากุระมากครับ อยู่ถ่ายรูปกันเพลินจนเกือบลืมเป้าหมายหลักของเราเลย ฮ่า ๆ เดินตามทางไปเรื่อย ๆ เราจะพบกับทางเข้าของปราสาทแล้วครับ

ตั๋วเข้าชมปราสาทมี 2 แบบนะครับ แต่ผมฟังไม่ค่อยออก แต่ตามแผนการของเราคือจะไป Kumamoto Castle – Former Hosokawa Residence เลยเลือกซื้อตั๋วที่เข้าชมได้ของทั้งสองที่ไปนะครับ หน้าตาตั๋วก็ประมาณนี้ครับ

สภาพอากาศที่ญี่ปุ่นค่อนข้างเดาใจยากมากครับ เดี๋ยวท้องฟ้าสดใส สักพักนึงเมฆฝนมาครึ้มแล้ว การถ่ายรูปให้ท้องฟ้าออกมาเป็นสีฟ้านั้น ค่อนข้างยากครับ เราจึงใช้ทักษะการโกง แอบมาดึงสีฟ้าให้โปรแกรม Photoshop Lightroom สักหน่อย
เดินตรงเข้ามาสักพักก็พบปราสาทแล้วครับ แต่เป็นด้านหลังของปราสาท

ส่วนรูปต่อไปนี้คือป้อมปราสาท Uto Turret ที่เหลือรอดจากการถูกโจมตีนะครับ

เดินอ้อมมาสักพักจะพบด้านหน้าของปราสาทแล้วครับ ซึ่งมีผู้คนมาชมเยอะมาก รวมทั้งคนไทยก็มีมาบ้างเช่นเดียวกัน

ส่วนรูปนี้คือเจ้าปราสาทน้อยครับ เป็นสิ่งที่ไม่ว่างอยู่ตลอดเวลา หาโอกาสที่จะถ่ายรูปเดี่ยว ๆ ไม่ได้เลย

ภายในปราสาทส่วนใหญ่จะเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ยังหลงเหลือของปราสาทนะครับ แต่ทางนั้นไม่อนุญาตให้ถ่ายรูปออกมา เราเลยขึ้นไปด้านบนสุดของปราสาทถ่ายภาพวิวมาให้ชมกันครับ

เดินออกจากปราสาทมาทางขวามือจะมีสถานที่หนึ่ง น่าจะเป็นสถานที่จัดแสดงห้องจำลองของตัวปราสาทนะครับ เข้าไปรับชมภาพกันได้เลย


หลังจากนั้นเราก็จะพาไปชมรอบ ๆ ปราสาทกันนะครับ ก่อนจะออกมาขอถ่ายรูปตัวปราสาทอีกสักรูปก่อนลาจาก

รูปต่อไปนี้คือซากของปราสาทที่ยังหลงเหลือนะครับ

เป้าหมายต่อไปของเราจะพาไปชม Former Hosokawa Residence ซึ่งเป็นบ้านที่อยู่อาศัยของตระกูล Hosokawa ซึ่งเป็นตระกูลใหญ่ที่ครอบครองเมือง Kumamoto ในสมัย Edo นะครับ ตัวบ้านมีลักษณะเป็นบ้านพักของซามูไรในสมัยนั้น

สถานที่นี่ค่อนข้างที่จะเงียบครับ ไม่ค่อยมีคนมาเยี่ยมชมสักเท่าไรเลย บรรยากาศภายในเหมือนอยู่ในหนังญี่ปุ่นสมัยก่อนเลยครับ ตามมาชมภาพได้เลย

หลังจากเยี่ยมชมได้สักพักก็เวลาประมาณ 11.00 น. ก็ต้องได้เวลาที่ต้องกลับแล้ว เนื่องจากว่าเราต้องนั่ง ชิงคันเซ็น เพื่อไปเมือง Nagasaki ในเวลาประมาณ 12.45 น.
ระหว่างทางเดินกลับไปขึ้นรถราง บริเวณริมปราสาทคุมาโมโต้ก็เริ่มมีร้านขายของตั้งกันแล้ว

หลังจากนั้นเราก็นั่งรถรางกลับมาถึงโรงแรมครับ เวลาประมาณเที่ยงได้ ก็ทำการรับกระเป๋าที่ฝากไว้แล้วทำการเดินทางไปสู่สถานีรถไฟเพื่อขึ้น ชิงคันเซ็นครับ โดยจะขึ้นจากเมือง Kumamoto ไปลงที่สถานี Shin-Tosu แล้วจะต่อรถด่วน Limited Express ไปยังเมือง Nagasaki ครับ

เนื่องจากเวลากระชั้นชิดมาก เราเลยนั่งทานข้าวกล่องบนรถไฟนะครับ ซึ่งวิถีชีวิตส่วนใหญ่ของคนที่นี่ก็จะทานข้าวกล่องบนรถไฟเหมือนกัน

รถไฟชิงคันเซ็นเร็วมากเลยครับ ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเราก็มาถึงสถานี Shin-Tosu แล้ว เราก็เปลี่ยนขบวนที่นี่เพื่อที่จะไปเมือง Nagasaki ครับ

นั่งรถไฟ Kamome ประมาณ 1 ชั่วโมงเราก็มาถึงเมือง Nagasaki แล้วครับ เมืองนี้เป็นเมืองที่ถูกโจมตีด้วยระเบิดนิวเคลียสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย แต่ตอนนี้กลับเป็นเมืองที่มีความเจริญรุ่งเรือง มีคนพลุกพล่านมากครับ หลังจากเดินทางมาถึงเราก็มุ่งหน้าหาที่พักเลยครับ เพื่อที่จะเก็บของแล้วจะได้เที่ยวภายในตัวเมืองต่อนิดหน่อย ที่พักคืนนี้เราค้างที่ Business Royal Hotel Nagasaki นะครับ หลังจากเช็คอินที่นี่แล้วทางโรงแรมมีบัตรส่วนรถสำหรับสถานที่ท่องเที่ยวให้ด้วย

ระอาทิตย์ก็ใกล้จะตกแล้ว เราจะพาทุกท่านขึ้นกระเช้าไปยังยอดภูเขา Inasa กันนะครับ ภูเขาลูกนี้จะสามารถมองเห็นวิวของเมือง Nagasaki ได้อย่างสวยงาม ระหว่างเดินทางเกิดฝนตกหนักมาก ทำให้ท้องฟ้าค่อนข้างปิดและมีลมแรงมาก แต่เราไม่หวั่น เราเดินทางลุยมาถึงทางขึ้นกระเช้าจนได้

ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีกระเช้าจะพาไปถึงยอดเขาแล้วครับ ซึ่งบนนี้จะมีจุดชมวิวของเมือง มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก แบกขาตั้งกล้องมาถึงวันที่ 3 ได้โอกาสใช้งานนี้และ . . . แต่ปัญหาก็เกิดครับ เนื่องจากว่าลมแรงมาก ขาตั้งกล้องยังเอาให้นิ่งไม่อยู่ ภาพต่อไปนี้อาจจะเบลอเล็กน้อย (ร้องไห้)



หลังจากตากลม ตากฝนถ่ายภาพจนหนำใจ ร่างกายก็แบตหมดแล้วขับ แบกสังขารตัวเองพร้อมกับอุปกรณ์ถ่ายรูปอีก 10 กิโล เดินกลับโรงแรมเพื่อชาร์จแบตเตรียมตัวสำหรับวันต่อไป ติดตามตอนต่อไปใน Part 5 ได้เลยครับ ภาพส่งท้ายสำหรับ Part นี้ คือโรงแรมที่เราใช้พักผ่อนสำหรับคืนนี้นะครับ

by JaK_Moshi | Mar 28, 2016 | Travel
ช่วงนี้ใครๆก็ไปญี่ปุ่นเพื่อไปดูซากุระกัน และแน่นอนเรื่องข้อมูลพร้อมแน่นปึ้ก ว่าจะไปชมซากุระกันที่ไหนยังไงดี แต่ขอบอกก่อนว่าการชมซากุระนอกจากตอนกลางวันแล้ว ตอนกลางคืนก็สามารถชมได้ แถมได้อีกบรรยากาศที่โรแมนติกมากอีกด้วยล่ะครับ การชมซากุระตอนกลางคืน หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า yozakura เริ่มเป็นที่นิยมเพราะว่าคนส่วนมากลงความเห็นว่า การชมซากุระตอนกลางคืนนั้นสวยกว่าตอนกลางวันเสียอีก! วันนี้เลยจัด 10 จุดชมซากุระยามค่ำคืนมาให้ซักหน่อย ลองดูครับว่ามีที่ไหนกันบ้าง
10.Nakameguro (Tokyo)

9.Chidorigafuchi Ryokudo (Tokyo)

8.Kodaiji Temple (Kyoto)

7.Hirosaki Castle (Aomori)

6.Kintaikyo Bridge (Yamaguchi)

5.Takato Castle Ruins (Nagano)

4.Takada Park (Niigata)

3.Maruyama Park (Kyoto)

2.Rikugien (Tokyo)

1.Kiyomizu-dera (Kyoto)

ลองเช็คกันดูใกล้ที่ไหน หรือผ่านเมืองไหน อย่าลืมแวะไปแชะภาพสวยๆมาฝากกันบ้างนะครับ ^^
by: JaK_Moshi
source: allaboutjapan
You must be logged in to post a comment.