by SweetChefEmmie | May 14, 2016 | Travel
เวลาที่เราจะไปเที่ยวต่างประเทศ นอกจากเรื่องของตั๋วเครื่องบิน พาสปอร์ต วีซ่า การแลกเงิน แผนการเดินทาง ที่เราจะให้ความสำคัญเป็นที่สุดแล้ว สิ่งหนึ่งที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือที่พักใช่ไหมคะ??
สำหรับเรื่องของที่พัก ก็มีเหมือนกันที่บางคนก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก คือขอแค่พอนอนได้ สะอาด แต่ต้องมีราคาที่ถูกมากๆ ก็พอแล้ว เพราะมั่นหมายว่าจะเน้นการเดินทางท่องเที่ยว หรือการกิน มากกว่าการไปพักผ่อนนอนหลับ แต่ก็มีอีกหลายคนเหมือนกันค่ะ ที่อาจจะให้ความสำคัญในเรื่องของที่พักมาเป็นอันกับหนึ่งเลย เพราะคิดว่าการเดินทางเที่ยวแต่ละวันก็เหนื่อยมากแล้ว พอถึงช่วงเวลาพักผ่อน ก็อยากนอนสบายๆ บ้าง ส่วนจะหรูหราขนาดไหน อันนี้ก็คงแล้วแต่งบประมาณในกระเป๋าของใครของมันแล้วล่ะค่ะ
Book and Bed Tokyo ที่พักสุดเก๋สำหรับหนอนหนังสือจากทั่วโลก

วันนี้จะพาไปรู้จักกับที่พักที่ไม่ธรรมดาค่ะ แต่ไม่ใช่เพราะความหรูหราฟูฟ่าราคาแพง หรือมีวิวที่สวยขนาดวัวตายควายล้มหรอกนะคะที่ทำให้โฮสเทลแห่งนี้ดูน่าสนใจ (มากๆๆๆ) เพราะความโดดเด่นของ Book and Bed แห่งโตเกียวก็ตามชื่อเลยค่ะ นั่นคือ “หนังสือ” จำนวนหลายหมื่นเล่มที่เจ้าของเขานำมาตกแต่งต่างหากล่ะ ที่ทำให้ที่นี่สวยเก๋ไม่เหมือนใคร ที่สำคัญมันไม่ใช่เพียงแค่ของตกแต่งเท่านั้นนะคะ เพราะผู้ที่เข้าพักสามารถอ่านหนังสือทุกเล่มภายในโฮสเทลได้ด้วย ทั้งหนังสือภาษาญี่ปุ่น อังกฤษ หรือแม้กระทั่งหนังสือการ์ตูน (ไม่แน่ใจว่ายังมีหนังสือภาษาอื่นๆ ด้วยหรือไม่) ว้าววว ถูกใจหนอนหนังสือจริงๆ เลยค่ะงานนี้

Book and Bed ได้ชื่อว่าเป็น “ร้านหนังสือที่พัก” สำหรับคืนพิเศษ เพราะที่นี่ไม่ได้มีแค่ที่นอนและหมอนนุ่มๆ รวมถึงผ้านวมอุ่นๆ เพียงเท่านั้น แต่ยังมีหนังสือมากมายให้คุณได้อ่านจนกระทั่งผล็อยหลับไปอีกด้วย ซึ่งหนังสือที่นี่มีทั้งหนังสือที่หายาก และหนังสือที่กำลังวางจำหน่ายอยู่ในท้องตลาด อย่างไรก็ดี หนังสือทุกเล่มภายในโฮสเทลเป็นสมบัติของเจ้าของที่ไม่ได้คิดที่จะขาย เพียงแต่ให้แขกผู้เข้าพักได้ใช้อ่านเพียงเท่านั้น โดยมาในคอนเซ็ปต์ที่ว่า “ช่วงเวลาของการนอนหลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด”

ลักษณะของโฮสเทล
Book and Bed โฮสเทลมีขนาดทั้งหมด 30 เตียง โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามมาตรฐานและมีขนาดกะทัดรัด ห้องมีน้ำแยกออกเป็นห้องสุขาและห้องอาบน้ำฝักบัว ที่แขกผู้เข้าพักสามารถนำหนังสือเข้าไปอ่านได้ แต่มีกฎคือตลอด 24 ชั่วโมงจะต้องเงียบสงบและไม่รบกวนแขกคนอื่นค่ะ ดังนั้นใครที่คิดจะมาปาร์ตี้ที่โรงแรมนี้ คงต้องตัดใจไปได้เลย ภายในบริเวณล็อบบี้โรงแรมจะพิเศษกว่าที่อื่นคือเต็มไปด้วยชั้นวางหนังสือขนาดยาวเหยียด ส่วนเตียงนอนนั้นก็เท่สุดๆ เพราะจะซ่อนอยู่ภายในชั้นวางหนังสือนั่นเองค่ะ นอกจากนี้โฮลเทลยังมีล็อกเกอร์และอินเทอร์เน็ตไร้สายให้บริการฟรีด้วยนะคะ


ราคาห้องพัก
สำหรับราคาห้องพักของที่นี่จะแบ่งเป็น 2 แบบ 2 ราคา โดยแขกผู้เข้าพักจะต้องชำระค่าที่พักด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น ไม่รับเงินสด เช็คอินในเวลา 16.00 น. และเช็คเอาท์ในเวลา 11.00 น. ซึ่งแบ่งที่พักออกเป็นดังนี้


ระดับSTANDARD ราคาคืนละ 4,500 เยนไม่รวมภาษี ยกเว้นวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ราคาจะสูงขึ้น
ระดับ COMPACT ราคาคืนละ 3,500 เยนไม่รวมภาษี ยกเว้นวันศุกร์ เสาร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ที่ราคาจะสูงขึ้น
สถานที่ตั้ง
BOOK AND BED แห่งโตเกียว ตั้งอยู่ที่ 1-17-7, Lumiere buillding 7th floor, Nishi Ikebukuro, Toshima-ku Tokyo, Japan โดยมีจุดสังเกตที่เดินทางมาได้ง่ายๆ ดังนี้

- เดินเท้า 1 นาที จากร้านกาแฟ Starbucks
- เดินเท้า 1 นาที จากคอนวีเนี่ยน สโตร์
- เดินเท้า 1 นาที จากร้านขายยา
- เดินเท้า 1 นาที จาก Major appliance stores
- เดินเท้า 2 นาที จากดีพาร์ทเม้นท์สโตร์
- เดินเท้า 2 นาที จากจุดแลกเงิน
- เดินเท้า 10 นาที จากอะควาเรี่ยม

นอกจากนี้ BOOK AND BED ยังตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก จึงเดินทางไปในแหล่งท่องเที่ยวได้อย่างสะดวกสบาย
- จากสถานี Shinjuku ใช้เวลาเดินทาง 8 นาที (Yamanote line)
- จากสถานี Shibuya ใช้เวลาเดินทาง 10 นาที (Yamanote line)
- จากสถานี Roppongi ใช้เวลาเดินทาง 7 นาที (Oedo line) + เปลี่ยนสถานีไปยัง Yoyogi 10 นาที(Yamanote line)
- จากสถานี Asakusa ใช้เวลาเดินทาง 5 นาที (Ginza line) + เปลี่ยนสถานีไปยัง Ueno 17 นาที (Yamanote line)
- จากสถานี Tokyo ใช้เวลาเดินทาง 16 นาที (Marunouchi line)
- จากสถานี Shinagawa ใช้เวลาเดินทาง 28 นาที (Yamanote line)
- จากสถานี Narita Airport ใช้เวลาเดินทาง 93 นาที (Narita Express)
- จากสถานี Haneda Airport ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที (Yamanote line) + เปลี่ยนสถานีไป Tokyo Monorail โดยใช้เวลา 18 นาที
ด้วยเหตุนี้ BOOK AND BED จึงเป็นที่พักอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะหากใครที่รู้ตัวว่าเป็น “หนอนหนังสือตัวจริง” ไม่ควรพลาดอย่างเด็ดขาดค่ะ
ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก bookandbedtokyo.com
ขอขอบคุณ mushroomtravel
by JaK_Moshi | May 13, 2016 | News, Travel
จำนวนนักท่องเที่ยวที่ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นทุกปี นั่นทำให้เกิดความเข้าใจผิดในเรื่องธรรมเนียมญี่ปุ่นมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งๆที่ปัญหาอยู่แค่เพียงความเข้าใจผิดกันเรื่องความแตกต่างทางวัฒนธรรมเท่านั้นเอง แต่มันจะดีเสียกว่าถ้าเรารู้ธรรมเนียมเหล่านี้เอาไว้ก่อนที่จะไปญี่ปุ่น เราจะได้ไม่ถูกจ้องโดยสายตาเหมือนตัวประหลาดครับ
1. เดินทางฝั่งขวาเสมอ
คนญี่ปุ่นมีธรรมเนียมในการเดินริมถนนโดยเค้าจะเดินชิดขวาเสมอ ซึ่งคนไทยจะชิดซ้าย ถ้าเราเดินผิดโอกาสเกิดการชนกัน หรือกระทบกระทั่งกันได้ ซึ่งทางที่ดีท่องไว้ว่าชิดขวาตลอดดีที่สุด จะได้ไม่เครียดเวลาเดินอยู่บนถนน หรือทางเท้า

ไม่ใช่แค่บนถนนเท่านั้น แต่รวมไปถึงบันได หรือบันไดเลื่อนด้วยก็ชิดแบบเดียวกัน ส่วนการขี่จักรยานอันนี้ต้องระวังเพราะจะสลับกัน ต้องขี่ชิดซ้ายนะครับ ไม่งั้นชนแน่นอนจ้า อันนี้คือธรรมเนียมโดยส่วนมากของประเทศญี่ปุ่น แต่จะมีบางพื้นที่ที่จะปฏิบัติสลับกันคือ เดินชิดซ้ายแทน เพื่อความชัวที่สุดให้ลองสังเกตุดูก่อนว่าคนแถวนั้นเค้าเดินกันฝั่งไหน จะได้ไม่พลาดจ้า

2. สะพายเป้ด้านหลังเวลาขึ้นรถไฟที่แออัด

ช่วงเวลาพีคของรถไฟญี่ปุ่นประมาณ 7-9 โมงเช้า จะเป็นเวลาที่รถไฟนั้นแน่นไปด้วยผู้โดยสาร เรียกว่าแน่นแบบปลากระป๋องเลยครับ และถ้าเราสะพายเป้ไว้ข้างหลังแล้วขึ้นรถไฟไปละก็ รับรองว่ามีคนญี่ปุ่นใช้สายตาจ้องมาที่คุณอย่างแน่นอน ให้รู้ไว้เลยว่านั่นเป็นเพราะคุณสะพายกระเป๋าไว้ข้างหลัง

เนื่องจากว่าการสะพายเป้ไว้ด้านหลังจะทำให้กินที่มากกว่าปกติ ทั้งๆที่รถไฟตอนนั้นไม่มีทีจะแม้แต่จะหายใจแล้วฮะๆ เพราะฉะนั้นครับหากจะขึ้นรถไฟช่วงเวลาพีค หรือช่วงเวลาที่มีคนหนาแน่นให้นำเป้มาสะพายไว้ด้านหน้า แล้วเอาแขนทั้งสองข้างโอบกอดกระเป๋าไว้ ถือว่าเป็นการช่วยลดพื้นที่ในรถไฟได้จ้า
3. รอให้พนักงานร้านอาหารเชิญเราไปที่โต๊ะ

คนญี่ปุ่นจะไม่เดินเข้าไปในร้านอาหารแล้วไปนั่งที่โต๊ะที่ว่างเองทันที ต้องรอ หรือเรียกให้พนักงานมาพาเราไปที่โต๊ะว่าโต๊ะไหนที่เราจะนั่งได้

จริงๆแล้วมีหลายเหตุผลที่ต้องทำแบบนี้ เช่น โต๊ะยังไม่ได้ทำความสะอาด หรือยังไม่มีพร้อมที่จะเสิร์ฟชาหรือน้ำดื่มที่โต๊ะ เพราะฉะนั้นพนักงานเค้าจะคอยพาเราไปที่โต๊ะทุกครั้งเป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่ เพื่อที่จะมั่นใจได้ว่าพวกเค้าพร้อมที่จะบริการเราอย่างเต็มที่แล้วครับ
4. บิลค่าอาหารที่บาร์ของญี่ปุ่นอาจจะแพงกว่าที่คิด
ร้านนั่งดริ้ง กิน ดื่มแบบญี่ปุ่น (Izakaya) สามารถพบเห็นได้ทุกที่ เนื่องจากเป็นธรรมเนียม และนิยมมากของหมู่พนักงานที่หลังเลิกงานแล้วต้องมากินดื่มกันต่อ ถ้าเกิดคุณไปใช้บริการ ตอนเช็คบิลคุณอาจจะเจอค่า “otōshi” และ “sekiryō” ได้

otōshi เป็นค่ากับแกล้มที่จะมาเสิร์ฟก่อนอาหารจานหลัก และมักจะมาเสิร์ฟโดยอัตโนมัติเมื่อสั่งเครื่องดื่มอัลกอฮอล ซึ่งคุณไม่สามารถปฏิเสธได้ไม่ว่าคุณจะกินหรือไม่ก็ตาม ยกเว้นบางร้านที่คุณอาจจะถามพนักงานก่อนได้ว่าไม่รับได้ไหม แต่คุณต้องพูดภาษาญี่ปุ่นนะครับ ^^
sekiryō เป็นค่าโต๊ะ หรือบางทีจะเก็บเป็น chājiryō (ค่าชาร์ต) หรือ nyūjōryō (ค่าเข้า) แทน ส่วนมากจะเจอได้ที่ร้านในระดับพรีเมี่ยม หรือระดับไฮโซ คุณสามารถถามพนักงานได้แต่แรกเลยว่ามีค่าใช้จ่ายเหล่านี้หรือไม่
สิ่งเหล่านี้ชาวต่างชาติอาจจะมองว่าแปลก ที่นี่คือปกติมากสำหรับคนญี่ปุ่น เพราะฉะนั้นฝากเอาไว้ด้วยนะครับ เราไปประเทศของเค้าก็ควรที่จะต้องทำตามธรรมเนียมของเค้าด้วยครับ เพื่อที่ทั้งคนเที่ยวจะได้สนุกไปกับการเที่ยวแบบปลอดภัย และเจ้าบ้านจะรู้สึกดีที่เราใส่ใจและเข้าใจเค้าเช่นกันครับ ^^
by: JaK_Moshi
thanks: mcha-jp
by JaK_Moshi | May 1, 2016 | Travel
ถ้าคุณต้องการความประหยัด และความรวดเร็ว แน่นอนครับต้องขึ้นรถไฟญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ว่ารถไฟของญี่ปุ่นนั้นมีเยอะแยะมากมายหลายชนิดมากๆ ขนาดรางเดียวกันยังมีรถไฟหลายแบบจอดชานชะลาเดียวกันซะอย่างงั้น ส่วนมากนักท่องเที่ยวอย่างเราๆนั้นมักขึ้นผิดเป็นประจำ หรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองยังมีปัญหาเรื่องขึ้นรถไฟอยู่บ้างพอสมควร เพราะฉะนั้นจะเป็นการดีที่เราจะมาทำความรู้จักกับรถไฟแต่ล่ะชนิดโดยเน้นที่โตเกียวกันจ้า
1.รถไฟ JR

ที่โตเกียวมีบริษัทเดินรถไฟอยู่หลายรายที่ให้บริการอยู่ หนึ่งในบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านนี้คือ JR (Japan Railway) เป็นบริษัทที่มีรถไฟให้บริการมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ยิ่งในเมืองจะมีรถไฟหลากหลายแบบให้บริการอยู่
รถไฟที่ไม่มีค่าบริการพิเศษ
普通 (Local): รถไฟแบบหวานเย็น จอดทุกสถานี
快速(Rapid): รถไฟที่จอดน้อยสถานีกว่าแบบ Local อยู่นิดนึง
通勤快速 (Commuter Express): รถไฟที่ให้บริการเฉพาะช่วงเวลาที่มีผู้ใช้บริการหนาแน่น ทั้งช่วงเช้า และช่วงเย็น โดยรถไฟแบบนี้จะหยุดสถานีน้อยกว่าแบบ Rapid และให้บริการเพียงแค่บางสายเช่น Chūō Line, Keiyō Line, และ Saikyō Line
特別快速 (Special Rapid): รถไฟแบบนี้จะหยุดน้อยสถานีกว่า Commuter Express อีก จะมีบริการส่วนมากที่สาย Chūō Line และ Sōbu Line โดยรถไฟแบบนี้ยังแยกย่อยออกไปอีกหลายชนิดเช่น commuter special rapid train, Chūō special rapid train, และ Ōme special rapid train
รถไฟที่มีค่าบริการพิเศษ
特急 (Limited Express): เป็นรถไฟที่จอดป้ายน้อยที่สุด และจะพาคุณไปถึงสถานีจุดหมายได้เร็วที่สุด เพียงแต่จะต้องมีค่าบริการเพิ่มเติมสำหรับรถไฟแบบนี้
2. Private Railways (รถไฟเอกชนทั่วไป)

รถไฟประเภทนี้มีหลากหลายแบบเช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับความต้องการ และจุดหมายของผู้ใช้บริการครับ
普通 (Local): รถไฟแบบจอดทุกสถานี บางทีรถไฟแบบนี้จะมีคำว่า 各駅停車 “รถไฟขบวนนี้จอดทุกสถานี” บอกอยู่ที่ตัวรถไฟ ต้องสังเกตุดีๆ
準急 (Semi-Express, Local Express): รถไฟแบบนี้จอดสถานีน้อยกว่าแบบ Local แต่มาบ่อยกว่าแบบ Rapid
快速 (Rapid): รถไฟแบบนี้จอดสถานีน้อยกว่าแบบ Semi-Express แต่มาบ่อยกว่าแบบ Express และสามารถใช้ตั๋วปกติได้
急行 (Express): รถไฟแบบนี้จอดสถานีน้อยกว่าแบบ Rapid และมาบ่อยกว่าแบบ Limited Express ในบางครั้งสามารถนั่งได้โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อาจจะมีข้อแม้บางอย่างขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
特急 (Limited Express): รถไฟแบบที่จอดสถานีน้อยที่สุด เร็วที่สุด เช่นเดียวกัน ในบางครั้งสามารถนั่งได้โดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่อาจจะมีข้อแม้บางอย่างขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ
เราสามารถเรียงความเร็วได้ตามลำดับแบบนี้เลยครับ limited express > express > rapid > semi-express > local
และในบางครั้งยังมีรถไฟแบบ commuter rapid train ยิ่งเช้าและเย็น รวมไปถึง holiday rapid train วิ่งในวันหยุดอีกด้วย เพราะฉะนั้นก่อนขึ้นโปรดสังเกตุดูที่รถไฟ หรือที่ป้ายด้วยจ้า
เรื่องของรถไฟสำหรับคนที่เดินทางในโตเกียว
Yamanote Line


Yamanote Line จะวิ่งรอบโตเกียวเป็นเส้นวงกลม ผ่านสถานีหลักๆและแหล่งท่องเที่ยวมากมายและทั่วถึง สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือ เรื่องของรถไฟว่าวิ่งไปทางไหน ถึงแม้สายนี้จะวิ่งเป็นวงกลม แต่รถไฟนั้นมีวิ่งสองทาง ถ้าเราขึ้นผิดจะทำให้เราอ้อมโตเกียวไปรอบนึงเลยทีเดียว
Chūō Line

Chūō Line เชื่อมต่อสถานี Tōkyō, Shinjuku, Nakano และ Kichijōji รวมไปถึงสถานียิบย่อยอื่นๆ โดยที่ Kichijōji นั้นเป็นย่านที่อยู่อาศัยของชาวโตเกียว และยังเป็นสถานที่ตั้งของ Inokashira Park อีกด้วย ส่วนมากเราจะเข้าใจผิดว่ารถไฟทุกขบวนจะจอดที่ Kichijōji แต่จริงๆแล้ว Special Rapid Train จะไม่จอดที่สถานีนี้ ถ้าจะมาที่นี่แนะนำให้ใช้แบบ Rapid Train แทน
รถไฟในญี่ปุ่นนั้นส่วนมากจะทำให้เราสับสนเป็นอย่างมาก เนื่องด้วยความซับซ้อนของสาย และชนิดของรถไฟ ถ้าเรารู้และเข้าใจเรื่องชนิดของรถไฟมากขึ้นจะทำให้เราขึ้นรถไฟเที่ยวในญี่ปุ่นได้อย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะในโตเกียวที่มีความซับซ้อนสูงมากครับ ^^
by: JaK_Moshi
thanks: mcha-jp
You must be logged in to post a comment.