Select Page
Tokyo – แวะชะเง้อดู Tokyo SkyTree กันซักนิด

Tokyo – แวะชะเง้อดู Tokyo SkyTree กันซักนิด

[บทความนี้ตัวผมเองได้เคยเขียนไว้ที่ www.TechUpThailand.com จ้า พอดีเห็นว่าเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นเลยนำมารวมรวบและแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านกันต่อที่นี่จ้า ^^]

 

มาโตเกียวทั้งที ถ้าไม่ได้มาสัมผัสหอคอยที่สูงที่สุดในโตเกียวก็คงจะเสียเที่ยวน่าดู ครั้งนี้ผมเลยขอแวะ Tokyo SkyTree เพื่อเก็บภาพความงามมาให้เพื่อนๆได้ชมกันซักนิด ต้องบอกว่า Tokyo SkyTree ตอนเปิดใหม่ๆทั้งคนญี่ปุ่นและคนไทยเองต่างยกโขยงกันมาเที่ยวชมจนต้องจองคิวขึ้นไปชมล่วงหน้ากันนานเป็นเดือนๆ แต่ตอนนี้ไม่ต้องแล้วจ้า แต่ถ้าใครเคยขึ้น Tokyo Tower มาก่อน ผมว่าแวะมาถ่ายรูปกับเดินชมรอบๆก็ฟินแล้วครับ (เพราะผมเองก็ทำแบบนั้นฮาาาาาาา ไม่เปลืองเงินดีครับ เพราะเค้าเก็บค่าขึ้น 2 ระดับความสูงด้วยกันฮะ)

 

tokyo-sky-tree-01

tokyo-sky-tree-02

 

Tokyo SkyTree สร้างเสร็จเมื่อปี 2012 ด้วยความสูง 634 เมตร (2,080 ฟุต) เรียกว่าสูงสุดๆไปเลยล่ะครับ ส่วนการเดินทางมาที่นี่ง่ายมาก ถ้าฟิตมากสามารถเดินมาจากวัดเซ็นโซจิ (โซน asakusa) ได้เลย แถมได้ชมวิวตึก Tokyo SkyTree คู่กับตึก Asahi ริมแม่น้ำด้วย แต่ถ้าไม่ฟิตแนะนำนั่งรถไฟฟ้ามาดีกว่าจ้า สถานี Tokyo SkyTree หรือสถานี Oshiage โผล่ออกมาจากรถไฟก็ถึงเลยครับ ผมว่าไม่หลงแนะนำเพราะมันสูงขนาดนี้อยู่ที่ไหนก็เห็นเด่นชัดแต่ไกลเลยครับ ^^

 

tokyo-sky-tree-03

 

การจะถ่ายรูป Tokyo SkyTree ให้ได้เต็มๆอาจจะต้องหามุมหน่อย ถ้าใครได้เดินด้านนอกอาคารถ้าสังเกตุเจอบันไดทางขึ้นละก็ ตรงนั้นแหละครับคือมุมที่จะสามารถถ่าย Tokyo SkyTree ได้เต็มตึกที่สุดแล้วล่ะครับ แถมตรงจุดนั้นชั้น 2 ยังมีร้านของ Studio Ghibli อีกด้วย ใครเป็นสาวกห้ามพลาดของเยอะมากมาย แต่ระวังเงินหมดกระเป๋าไม่รู้ตัวนะครับฮะๆ

 

tokyo-sky-tree-04

tokyo-sky-tree-05

 

Tokyo SkyTree มีห้างใหญ่มากชื่อ Solamachi มี 4 ชั้นและมีร้านค้าขายของอยู่เยอะมาก และที่สำคัญของที่เป็น exclusive มีขายเฉพาะที่นี่มีอยู่หลายร้าน และหลายอย่างด้วย ที่ทุกคนรู้จักคงหนีไม่พ้น Tokyo Banana ที่เป็นแบบ exclusive มีขายเฉพาะที่นี่เท่านั้น แนะนำอยากให้ลองมาเดินดูรับรองว่าใช้เวลาหลายชั่วโมงเลยล่ะครับ

 

tokyo-sky-tree-06

tokyo-sky-tree-10

tokyo-sky-tree-09

tokyo-sky-tree-08

tokyo-sky-tree-07

 

ครั้งนี้เสียดายที่อาจจะไม่ได้เก็บภาพด้านบนของ Tokyo SkyTree มาฝาก แต่ของแบบนี้ถ้าไม่ได้ขึ้นไปเอง แล้วดูแต่รูป รับประกันได้เลยว่าไม่ได้รสชาติอย่างแน่นอนครับ ส่วนคุณผู้หญิงเตรียมเงินไว้เยอะๆนะครับก่อนไป ที่นี่มันแหล่งละลายทรัพย์ดีๆเลยล่ะจ้า ^^

 

 

Tokyo – วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) & ศาลเจ้าอาซากุสะ (Asakusa Shrine)

Tokyo – วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) & ศาลเจ้าอาซากุสะ (Asakusa Shrine)

[บทความนี้ตัวผมเองได้เคยเขียนไว้ที่ www.TechUpThailand.com จ้า พอดีเห็นว่าเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นเลยนำมารวมรวบและแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านกันต่อที่นี่จ้า ^^]

 

วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple) และศาลเจ้าอาซากุสะ (Asakusa Shrine) หนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาโตเกียว ไม่ใช่เพราะว่าทุกทัวร์พามาเที่ยวที่นี่ แต่เป็นเพราะเค้ามีความเชื่อกันว่าหากได้มาที่นี่จะได้กลับมาญี่ปุ่นอีกครั้ง! ด้วยเหตุนี้เองผมก็เป็นอีกคนที่ต้องมาที่นี่แทบทุกครั้งที่มาโตเกียวเลยล่ะครับฮะๆ เอ๊ะๆๆๆว่าแต่ทำไมมันมีทั้งศาลเจ้าและวัด แถมวัดไม่ได้ชื่ออาซากุสะด้วย ขออธิบายให้เข้าใจเนื่องจากด้านในจะมีทั้งศาลเจ้าและวัดอยู่ที่ที่เดียวกันแล้ว สถานที่นี้ยังอยู่ภายในบริเวณเขตอาซากุสะ ผู้คนเลยเรียกกันอย่างติดปากว่าอาซากุสะนั่นเองล่ะครับ แต่จริงวัดยังมีอีกชื่อคือ Asakusa Kannon Temple อีกด้วย โห..ที่จริงผมว่าเราไม่ต้องไปใส่ใจก็ได้นะครับว่าชื่ออะไรเพราะมันเยอะเหลือเกิน เอาเป็นว่าเรียกแล้วให้รู้ว่าคือที่ไหนก็พอจริงไหมล่ะครับ ^^

 

sensoji-02
 

จุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด เริ่มตั้งแต่ปากทางเข้ากันเลย โคมสีแดงอันใหญ่ไม่ว่าใครมาที่นี่ก็ต้องถ่ายรูปคู่ด้วยกันทั้งนั้น เพราะฉะนั้นถ้าคุณมาที่นี่ก็ควรจะต้องถ่ายไว้ด้วยไม่งั้นอาจจะมานึกเสียใจภายหลังได้นะครับ ^^ โชคเข้าข้างผมมากครับ จากรูปโคมจะเห็นว่าหายไปครึ่งนึง ไม่ใช่โดยขโมยนะครับ เพียงแต่ช่วงนี้เค้านำโคมไปซ่อมบำรุงเลยเหลือไว้ให้ถ่ายอยู่ครึ่งนึงให้รู้ว่ายังเป็นโคมอยู่นั่นเองแหละจ้า

 

sensoji-03
sensoji-05

sensoji-04

sensoji-06

 

พอเดินจากประตูเข้ามาก็จะพบกับร้านขายของที่ระลึกมากมายเต็มสองข้างทางเลย มีทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านขายของฝาก ร้านขายขนม ร้านขายของเล่น หรือแม้กระทั้งร้านขายของศิลปินญี่ปุ่น-เกาหลีก็ยังดีอยู่ร้านนึงเลยนะครับ O_O แต่เผอิญวันที่ผมไปครั้งนี้ ผมไปเช้ามากกกกกกกกกก เรียกว่าร้านค้ายังไม่เปิดกันเลยทีเดียวมีเปิดอยู่บางร้านเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ข้อดีคือคนไม่เยอะเดินชิวเล่นสบายๆ แล้วพอไหว้พระเสร็จแล้วเดินออกมาร้านจะเปิดพอดีครับฮะๆ

 

sensoji-07
sensoji-09

sensoji-08

 

เดินเล่นกันเพลินๆก็จะมาเจอกับประตูสายฟ้า Kaminarimon ที่จะประกบด้านซ้าย-ขวาด้วย เทพเจ้าสายฟ้า กับเทพเจ้าสายลมครับ และติดๆกับประตูนี้จะเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าอาซากุสะด้วยครับ แต่ส่วนมากนักท่องเที่ยวจะเดินเลยและไม่ได้สนใจมากนัก เพราะไม่ได้เด่นและมีแต่คนญี่ปุ่นมาไหว้ตรงศาลเจ้านี้เท่านั้นเองครับ

 

sensoji-11
sensoji-13

sensoji-12

 

พอเดินมาจนสุดก็จะเจอสถานที่ที่เราจะมาไหว้สักการะกันแล้วล่ะครับ ขั้นตอนแรกควรจะต้องล้างมือ+บ้วนปากกันก่อน เป็นการล้างสิ่งสกปรกออกไปจากร่างกายเรา แล้วทำการจุดธูป ซึ่งที่จุดธูปก็ไฮเทคสมกับเป็นประเทศญี่ปุ่นจริงๆครับ ชอบมากเป็นระบบไฟฟ้าแป๊ปเดียวติดเลย ทำการไหว้อธิฐาน (ขอให้ได้กลับมาญี่ปุ่นอีกๆๆๆๆๆ =P) เสร็จแล้วก็นำธูปไปปักแล้วควักควันธูปเข้าหาตัวเรา เป็นการเรียกสิ่งดีๆให้เข้ามาในชีวิตเราครับ แค่นี้เรียบร้อย เสร็จแล้วเดินเข้าไปด้านในวัดเซ็นโซจิ

 

sensoji-14

sensoji-15

sensoji-16

 

วัดเซ็นโซจิถือว่าเป็นวันที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เห็นว่าสร้างกันมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 1771 เลยทีเดียวนะครับ และด้านในวัดเป็นสถานที่ที่เจ้าแม่กวนอิมทรงปฏิสถานอยู่ แต่จะปิดเอาไว้ไม่เคยมีใครได้เห็นท่านจริงๆซักที ตรงจุดนี้เราสามารถที่จะโยนเหรียญแล้วอธิฐานขอพรกันได้ครับ การโดยเหรียญตามความเชื่อแล้วเหมือนกับว่าเป็นการโดยกิเลส ตัณหา ทิ้งไปเพื่อชีวิตที่ดีขึ้นนะครับผม และใครที่ชอบการเสี่ยงเซียมซีที่นี่ก็มีให้ได้ดูดวงกันด้วยล่ะครับ ถ้าอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกก็ไม่ต้องกลัวนะครับ เค้ามีภาษาอังกฤษให้ด้วย วันนั้นผมก็จัดเซียมซีไปหนึ่งดอก เยี่ยมเลยครับ ได้ดวงออกมาแย่สุดๆแบบแย่กว่านี้คงไม่มีอีกแล้วฮาาาา ToT ถ้าดวงไม่ดีให้ผูกกระดาษในสถานที่ที่ทางวัดจัดไว้ให้ได้เลยครับ

 

sensoji-17
sensoji-18

sensoji-19

 

รอบๆบริเวณนี้ยังมีบรรยากาศน่ารักๆอีกมากเลยนะครับ และเลยรอบๆบริเวณวัดออกไปจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของอีกมากมายให้ได้ช้อปปิ้งกัน แต่ถ้าใครไปลองแวะชิมขนมปังร้านเก่าแก่นี้ดู ให้ดูตามรูปเลยนะครับ ร้านนี้ดังมากและขนมปังก็นุ่มมากกกกกกกกกกก ครั้งที่แล้วผมลองจัดขนมปังเรียบร้อยแล้ว ครั้งนี้เห็นมีขายซอฟท์ครีมอยู่หลายรสด้วย เลยจัดซักหน่อยขนาดอากาศ 10 กว่าองศานะครับ โอยยยยย ทั้งอร่อยและทั้งหนาวดีจริงๆ ถ้ากลัวหาร้านไม่ถูกลองปริีนท์รูปร้านไปด้วยก็ได้นะครับผม ^^

 

sensoji-20
sensoji-21

sensoji-23

sensoji-22

sensoji-24

 

โซ้ยแล้วมาเล่า~ ร้านเด็ด Nirai Kanai

โซ้ยแล้วมาเล่า~ ร้านเด็ด Nirai Kanai

[บทความนี้ตัวผมเองได้เคยเขียนไว้ที่ www.TechUpThailand.com จ้า พอดีเห็นว่าเกี่ยวข้องกับญี่ปุ่นเลยนำมารวมรวบและแบ่งปันให้เพื่อนๆได้อ่านกันต่อที่นี่จ้า ^^]

 

พอดีได้มีโอกาสได้แวะไปเยือนถิ่นญี่ปุ่น นิฮอนมารุ ที่อยู่ติดๆกับ K-Village ในเวิ้งนี้จะมีแต่ร้านอาหารญี่ปุ่น เว้นร้านอาหารเกาหลีอยู่ร้านนึงเท่านั้นเองฮะ เคยมาที่นี่เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ตอนนั้นมากินร้านชาบูที่ติด iPad ให้ลูกค้าสั่งอาหารได้ที่โต๊ะ แต่ตอนนี้ร้านมันไม่อยู่แล้วครับ เลยเดินวนอยู่หนึ่งรอบครึ่งจึงตัดสินใจโซ้ยร้านที่ตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่นจ๋าเลย นั่นก็คือร้าน Nirai Kanai ที่เอารีวิวมาฝากกันครับ

 

25561123-120238.jpg

 

ดูหน้าร้านก็บ่งบอกได้เลยนะฮะว่านี่มัน ร้านอาหารญี่ปุ่นชัดๆ ว่าแล้วก็จัดเมนูบางหน้ามาให้ได้ดูกันด้วยครับ

 

25561123-120246.jpg

25561123-120252.jpg

25561123-120257.jpg

25561123-120302.jpg

 

เมนูแรกที่ได้สั่งไปเป็นปลาซาบะดองเปรี้ยว แถมมาพ่นไฟให้ที่โต๊ะเลย อันนี้เค้าบอกในเมนูเลยนะฮะว่าจะมาพ่นให้ที่โต๊ะ ได้อารมณ์สุดๆ เพราะตอนพ่นกลิ่นของปลามันช่างหอมยั่วยวนมากครับ ปลาเค้าหั่นมาให้หยิบเป็นคำๆแล้วด้วย มีประมาณ 15 คำได้ครับ

 

25561123-120308.jpg

25561123-120311.jpg

 

เมนูต่อไปเป็นสลัดอะโวคาโด้พร้อมปลาโอสับ ราดด้วยซอสสลัดสไตลล์ญี่ปุ่น จานนี้จะเบาๆเพราะมีแต่ผักสอดแทรดด้วยปลาดิบหั่นชิ้นเล็กๆมาให้พอประมาณ จานนี้ไม่หวือหวามากนัก แต่รสชาติกลมกล่อมกำลังดี

 

25561123-120315.jpg

 

เมนูคาวสุดท้ายเนื่องจากมากินกันสองคน สามจานก็อิ่มแล้วครับฮะๆ สุดท้ายเป็นเมนูเบสิคที่สุด กุ้งเทมปุระ มันต้องกินอาหารเบสิคถึงจะรู้ว่าร้านไหนรสชาติดีไม่ดี ซึ่งกุ้งเทมปุระของร้านนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง กุ้งมาตัวใหญ่ใช้ได้ เนื้อแน่นๆรสชาติอมหวานนิดๆ ถือว่าผ่านครับร้านนี้ฮะๆ

 

25561123-120319.jpg

 

มาถึงถิ่นทั้งทีขอตกท้ายด้วยของหวานดีกว่า ไอศครีมวานิลาเสิร์ฟพร้อมโดนัทสไตลล์โอกินาว่าจร้า ไอศครีมธรรมดามากครับแต่ตัวโดนัทมันออกเป็นก้อนๆ รสชาติหวานนิดหน่อย เคี้ยวแบบหนึบหนับๆ อร่อย!! บอกเลยว่าชอบครับ ยิ่งได้ทานกับไอศครีมแก้เลี่ยนได้ดีมากครับ เมนูแนะนำเลยฮะ แปลกแต่อร่อย

 

25561123-120323.jpg

 

ทิ้งท้ายกันด้วยบรรยากาศร้านรอบๆละกันนะครับ ใครอยากลองกลิ่นอายแบบญี่ปุ่นจ๋าก็เชิญกันได้นะครับ อยู่เวิ้ง Nihonmaru ข้าง K-Village ซอยสุขุมวิท 24 หรือเข้ามาทางซอยข้างๆบิ๊กซีบนถนนพระราม 4 ก็ได้ครับผม ^^

 

25561123-120331.jpg

25561123-120328.jpg

25561123-120339.jpg

25561123-120335.jpg