คนรักซีรี่ส์ญี่ปุ่นสุดฟินกับโอชิมะ ยูโกะ และอาริโอกะ ไดกิในงาน J-Series Festival 2016

วันที่ 4 มิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา G-YU Creative ได้จัดงาน J-Series Festival 2016 ขึ้นที่ โรงภาพยนตร์ Siam Pavalai ชั้น 6 ศูนย์การค้าสยามพารากอน บรรยากาศงานเต็มไปด้วยความคึกคักของผู้เข้าร่วมงานที่ได้บัตรจากการทำกิจกรรมทางเพจ J-Series Festival นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหน้างานให้ผู้โชคดีได้เข้าชมงานใน โรงภาพยนตร์ Siam Pavalai อีกด้วย

1

J-Series Festival นั้นได้จัดขึ้นครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ในประเทศไทย โดยในครั้งนี้นักแสดงที่มาร่วมงานก็คือ อาริโอกะ ไดกิ หนึ่งในนักร้องวง Hey!Say! JUMP และ โอชิมะ ยูโกะ อดีตนักร้องวง AKB48 นอกจากนี้ยังมี เอนามิ ไดจิโร่ ทูตพิเศษการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประจำประเทศไทย MICHI นักร้องเพลงอนิซองค์ที่มีผลงานจากอนิเมเรื่อง Rokka no Yuusha และไอดอลวง Akamaru Dash ☆ ที่เคยมาแสดงในประเทศไทยและกลับมาสร้างความสนุกอีกครั้ง

2

ในงานนั้นเริ่มจากการเปิด VTR ตัวอย่างของซีรี่ส์ญี่ปุ่นและรายการต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งมีการแนะนำรายการโดยโวคัลลอยด์และให้ผู้ชมได้เล่นกับหน้าจอขนาดใหญ่ของ Siam Pavalai ซีรี่ส์เรื่องดังหลายต่อหลายเรื่องได้ถูกนำมาแนะนำ เช่น Asa ga Kita, Okitegami Kyoko no Biboroku, Yamegoku: Yakuza Yamete Itadakimasu และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนรายการต่างๆ ที่น่าสนใจนั้นได้เน้นไปที่รายการท่องเที่ยว วาไรตี้และอาหารต่างๆ เช่น I-I-YONE-JAPAN, Tabi Japan with James Jirayu ซึ่งรายการและซีรี่ส์ต่างๆ ก็ผ่านหูผ่านตาแฟนๆ มาเป็นอย่างดี (ถ้ามี Japanmase จะยิ่งดีกว่านี้ 555+)

3

จากนั้นแฟนๆ ก็ได้มีทแอนด์กรี้ดกับคุณโอชิมะ ยูโกะ และคุณอาริโอกะ ไดกิ โดยคำถามแรกนั้นคือการเดินทางมายังประเทศไทยของทั้ง 2 ท่าน ซึ่งยูโกะนั้นมาที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรก ส่วนไดกินั้นมาเป็นครั้งที่ 4 แล้ว โดยครั้งแรกนั้นมากับครอบครัว ครั้งต่อมากับวง Hey!Say! JUMP และครั้งที่ 3 นั้นมาเป็นการส่วนตัว โดยทั้งคู่ประทับใจประเทศไทยในเรื่องของอาหารและแฟนๆ ชาวไทยที่ให้ความอบอุ่น สำหรับยูโกะนั้นในตอนแรกก็ไม่คิดว่าเธอจะมีแฟนคลับอยู่ในไทย ทำให้เธอผ่อนคลายลงไปมาก

เมื่อถูกถามถึงเรื่องงานแสดงยูโกะได้กล่าวว่าในเรื่อง Yamegoku: Yakuza Yamete Itadakimasu ซึ่งเธอได้แสดงนำเป็นครั้งแรกนั้นเป็นบทที่ตัองเล่นแอ็คชั่นต่อสู้กับผู้ชายตัวใหญ่ โดยเฉพาะในตอนจบนั้นเธอต้องเล่นบทแอ็คชั่นต่อสู้กับผู้ชายมากกว่า 70 คน และเป็นครั้งแรกที่เธอได้ลุยเต็มที่ขนาดนี้ ซึ่งเธอได้ติดตลกตอนสุดท้ายว่า “เธอแข็งแรงกว่าผู้ชาย” ทางด้านไดกินั้นก็พูดถึงงานแสดงของตัวเองในเรื่อง Okitegami Kyoko no Biboroku ที่ได้รับความนิยมไปทั่วเอเชียว่า ผลงานเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับนักสืบ ซึ่งเขาได้แสดงเป็นผู้ช่วยนักสืบ ความสนุกของเขานั้นอยู่ที่การได้แต่งตัวและแสดงหลายบทบาทจึงเป็นการทำงานที่ท้าทายและสนุกมาก

4

ยูโกะได้พูดถึงเรื่องหลังจากจบการศึกษาจาก AKB48 และมารับงานแสดงเต็มตัวว่ามีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งในสมัยอยู่ใน AKB48 นั้นการแต่งตัวจะต้องเน้นที่ความน่ารักเป็นหลัก ใส่กระโปรงที่สูงเหนือเข่า 15 เซนติเมตรและใส่เครื่องแบบนักเรียนตลอดเวลา ถึงแม้ว่าอายุจะเลยไปไกลแล้วก็ตาม แต่ในการแสดงนั้นได้ใส่ชุดอื่นๆ ที่หลากหลาย เป็นผู้ใหญ่มากขึ้น เช่น ในเรื่อง Yamegoku นั้นเธอได้ใส่ชุดเครื่องแบบตำรวจทำให้เธอรู้สึกสนุกสนานกับการได้สวมบทบาทอื่นๆ ทางด้านไดกินั้นได้พูดถึงจุดเด่นของซีรี่ส์ญี่ปุ่นว่า เมื่อเทียบกับซีรี่ส์ต่างประเทศแล้วซีรี่ส์ญี่ปุ่นจะมีเนื้อเรื่องที่กระชับและจบภายใน 10-12 ตอน ทำให้คนดูอยากติดตามต่อ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะสำหรับซีรี่ส์ญี่ปุ่น

เมื่อถูกถามเรื่องการทำงานหลังจบการศึกษาจาก AKB48 ว่ามีการติดต่อกับเมมเบอร์คนอื่นๆ บ้างไหม ยูโกะได้ตอบว่าไม่ค่อยมีการติดต่อเป็นการส่วนตัวเท่าไหร่ แต่จะมีการติดตามผลงานระหว่างเมมเบอร์ว่าใครมีผลงานอะไรบ้างและมีการส่งข้อความให้กำลังใจกันตลอด ซึ่งการมาประเทศไทยในครั้งนี้ หนึ่งในเมมเบอร์ AKB48 ก็ส่งข้อความมาหาเหมือนกัน เช่นเดียวกับไดกิที่จะมีการปรึกษากับเมมเบอร์ของ Hey!Say! JUMP ในระหว่างที่เล่นละครด้วยกันเหมือนกัน จากนั้นก็มีการคุยเรื่องบทบาทที่อยากลองเล่น ซึ่งยูโกะก็ลองถามแฟนๆ ว่าอยากให้เธอเล่นบทแบบไหน เมื่อได้คำตอบว่าแนวโรเมนติกที่เกี่ยวกับความรักก็ดูค่อนข้างจะถูกใจเธอทีเดียว ขณะที่ไดกินั้นก็อยากได้รับบทที่โตกว่าอายุของตัวเองซักหน่อย

5

และสุดท้ายยูโกะได้ฝากบอกความรู้สึกที่ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ได้รับตั้งแต่ลงจากสนามบิน เนื่องจากเธอเองก็ไม่คิดว่าจะมีแฟนคลับในประเทศไทย เธอจึงดีใจมากๆ และถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมาที่ประเทศไทยอีกครั้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือส่วนตัวก็ตาม และขอให้ช่วยติดตามและสนับสนุนเธอต่อไปด้วย

ขณะที่ไดกิก็ได้ขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น มีทั้งป้ายที่เขียนเป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนกับว่ารู้จักเขาเป็นอย่างดี เมื่อได้เห็นก็รู้สึกสบายใจ ถ้ามีโอกาสก็อยากกลับมาประเทศไทยอีกครั้งทั้งในฐานะ Hey!Say! JUMP และฐานะนักแสดง รวมทั้งขอฝากซีรี่ส์ญี่ปุ่นและดนตรีญี่ปุ่นเอาไว้ด้วย

6

หลังจากนั้นภายในงานก็มีการแนะนำรายการและซีรี่ส์ต่างๆ จากญี่ปุ่นโดยคุณเอนามิ ไดจิโร่ ผู้ประกาศข่าวของช่องฟูจิทีวี ซึ่งเป็นทูตพิเศษการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ซึ่งเคยมาทำงานในประเทศไทยด้วย ซึ่งเขาก็ดีใจที่ได้กลับมาอีกครั้ง โดยปัจจุบันงานของเขาก็คือ การแนะนำให้ชาวไทยรู้จักประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น

7

8

และในช่วงสุดท้ายของงานก็ได้มีการแสดงจากศิลปินเพลงอนิซองค์ MICHI และวงไอดอลที่เน้นโปรโมทเรื่องอาหารอย่าง Akamaru Dash ☆ ซึ่งทั้ง 2 กรู๊ปก็ได้มีการแสดงไลฟ์คนละ 2 เพลง สร้างความสนุกสนานส่งท้ายให้กลับแฟนๆ จากนั้นก็มีการแจกของรางวัลเป็นตุ๊กตามาสคอทของสถานีโทรทัศน์ของญีปุ่นทั้ง 6 สถานีและรางวัลอื่นๆ ให้แฟนๆ กลับบ้านอย่างมีความสุข…

9

10

 

ขอบคุณภาพจาก https://www.facebook.com/jseriesfestival/

 

Comments

comments