เมื่อหนุ่มไทยได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น ตอนที่2(โนมิไค งานดื่มเชื่อมสัมพันธ์)

          สวัสดีครับแฟนๆเจแปนมาเสะทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งนะครับสำหรับตอนที่2ของ “เมื่อหนุ่มไทยได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น” ซึ่งในตอนนี้จะนำเสนอในตอนที่ชื่อว่า “โนมิไค งานดื่มเชื่อมสัมพันธ์” โดยที่หลายๆคนคงอาจจะเคยได้เห็นตามภาพยนตร์ซีรี่ส์ต่างๆของญี่ปุ่นแล้วเกิดข้อสงสัยว่า “เอ~  ทำไมน้า คนญี่ปุ่นพอเลิกงานทีไรต้องแว้บไปก๊งกันทุกที” ซึ่งบอกได้เลยว่า ถ้าใครได้อ่านบทความตอนนี้รับรองว่า ก็จะไม่รู้ต่อไปอยู่ดี (เอ๊าาา!!)

 

          มาเข้าเรื่องกันดีกว่า จากตอนที่แล้วที่บอกว่าบริษัทจะพามากินเลี้ยงกันต่อต้นก็ทำงานรอๆไปซักพักใหญ่ๆ หัวหน้าก็มาเรียกบอกว่า”ต้นซัง เตรียมตัว เดี๋ยวจะไปกันแล้ว” ต้นก็จัดแจงเก็บข้าวเก็บของเรียบร้อยพร้อมเดินทาง โดยทางทีมงานฝั่งญี่ปุ่นเองก็จัดแจงตกลงสถานที่กันเรียบร้อยมีการส่งคนไปจองโต๊ะกันล่วงหน้า (มาทราบทีหลังว่าร้านนี้ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควร โดยถามจากหัวหน้าเองและก็ดูจากการที่ลูกค้าเดินเข้าร้านแล้วต้องเดินกลับออกไปเพราะโต๊ะเต็มอยู่หลายคนทีเดียว) และเนื่องจากอากาศที่ญี่ปุ่นค่อนข้างเย็น ดังนั้นเราจะเห็นภาพบางอย่างที่ไม่ชินตาแบบนี้

 

มีที่แขวนเสื้อกันหนาวไว้บริการลูกค้า

IMG_7876

Cr. http://conecting.jp/

 

          พอมาถึงร้านปุ๊ป สิ่งแรกที่เราต้องทำคือถอดเสื้อโค้ทหรือเสื้อกันหนาวหนาๆของเราไปแขวนไว้ตามที่ๆร้านค้าจัดไว้ให้(เหมือนในรูปด้านบน) ถัดมาสิ่งที่วันนั้นได้ยินจนขึ้นใจคือ “生”(นามะ) มาจากคำว่า”นามะบี้รุ” ภาษาไทยก็คือเบียร์สดนั่นเองครับ ตอนแรกไปถึงร้าน6คนเรียกว่านามะทั้งโต๊ะ มีต้นคนเดียวเท่านั้นสั่ง”ウーロンちゃ“(อูลงฉะ) หรือชาอู่หลงนั่นเอง (เอาน่ะสีเข้มกว่าหน่อย แล้วก็แค่ไม่มีฟองแค่นั้นเองตอนกินไปก็แอบเขิลนิดๆ อิอิ)

 

          ก็ต้องเขิลล่ะครับ พี่ท่านเล่นกินเบียร์กันทั้งโต๊ะส่วนเรานั่งกินน้ำชาจนท้องอืด > <” จนหัวหน้าต้องอธิบายให้ผู้ร่วมโต๊ะท่านอื่นๆฟังว่า ต้นซังเค้าไม่ดื่มแอลกอฮอล์อ้างนู่นอ้างนี่ให้เราไม่ต้องกิน แต่จริงๆก็ต้องขอบคุณทุกๆคนวันนั้นด้วยที่ไม่บังคับให้เราทำตามเค้าในหลายๆเรื่อง ซึ่งในสังคมญี่ปุ่นเองจะมีคำว่า”パーワハラ” โดยมีที่มาจากคำภาษาอังกฤษว่า “power harassment” หรือแปลเป็นไทยง่ายๆคือการบังคับให้ทำนู่นทำนี่ตามใจของผู้ที่มีอำนาจจำพวกหัวหน้าต่างๆ เช่น บังคับให้เราอยู่ทำงานดึกๆ หรือในหมู่สาวๆเองก็อาจจะเป็นการที่ถูกหัวหน้าลวนลามด้วยวาจาหรือการกระทำต่างๆเป็นต้นครับ

shutterstock_150377396

Cr. http://www.mag2.com

 

          หลังจากพูดคุยแนะนำตัวเอง(อีกหลายรอบ เพราะวันนั้นมีหลายคนที่ยังไม่ได้เจอที่ออฟฟิศ – -“) ก็ถึงเวลาที่อาหารจะมาเสิร์ฟกันเสียที คือต้องบอกแบบนี้ครับ ตอนที่ไปฝึกงานวันนั้น พอตกเย็นก็หิวมากจนมีเสียงที่ไม่พึงประสงค์ดังออกมาจากช่องท้อง (คือเขียนท้องร้องก็จบแล้วต้องเขียนให้ยืดยาวทำไม!!) เลยแกล้งจามกลบเกลื่อน ซึ่งก็ได้ผลดี มีคนหันมาถามว่าไม่สบายหรอ หนาวใช่ไหมต้นซัง? (ป่าวครับ หนูหิววว ฮรือออ) แล้วทีนี้ ที่ญี่ปุ่นเนี่ย เค้าไม่อนุญาตให้เอาขนมนมเนย ชาเย็น ชาเขียวปั่น คาราเมลแมคเคียโต้ไปกินพร้อมกับทำงานได้เหมือนที่ไทย (อาจจะแล้วแต่ออฟฟิศนะครับ แต่ที่นี้ห้ามเด็ดขาด)

          ต้นก็เลยงานเข้า หิวมาก ทำไงดี ที่นี่ไม่มีตู้กดน้ำด้วยจะได้กินน้ำแก้หิวไปก่อน เลยถามหัวหน้าว่า ที่นี่ไม่มีตู้น้ำหรอ อยากดื่มน้ำรองท้องหน่อย หิวข้าวแล้ว (ตอนนั้น18:30น.) หัวหน้าก็บอกว่า “ที่ญี่ปุ่นเค้าไม่มีตู้น้ำดื่มนะ เค้ากินน้ำก๊อกกัน” ห้ะ!! หัวหน้ายังคงยืนยันคำพูดเดิม “อื้มๆ เค้ากินน้ำก๊อกกันนะ”

น้ำประปาดื่มได้

1407320198070

Cr. http://4ch-matome.com

 

          ครับ สรุปวันนั้น นอกจากได้มาออฟฟิศบริษัทญี่ปุ่นครั้งแรก ได้เจอความจริงจังครั้งแรก ยังได้ดื่มน้ำก๊อกครั้งแรกอีกด้วย แหม่ ชีวิตช่างเต็มไปด้วยความแปลกใหม่ซะจริ๊งงง (ประชด ฮรือออ T_T )

(ตัดภาพกลับมาที่ร้านก่อน) เมื่อกับแกล้มสองอย่างแรกมาถึง ก็มีเรื่องให้ตะเตือนใจเพิ่มขึ้นครับ

IMG_7614

 

          แอบถ่ายช้าไปนิด โดยที่จานแรกด้านหน้านั้น อารมณ์เหมือนไก่ต้มแบบ medium rare (- -) ราดซอสเปรี้ยวๆเหมือนซอสพงสึ โรยด้วยสาหร่าย,ต้นหอมซอย และคัทสึโอะแห้ง จานนี้ต้องบอกว่าเรียกน้ำย่อยได้ดีเลยครับ ซึ่งจริงๆไม่ต้องเรียกก็ได้ เพราะน้ำย่อยต้นออกมารอตั้งแต่ยังไม่หกโมงเล้ย ฮรือออ (ตอนไปถึงร้านตอนนั้นประมาณ19:15 ได้ครับ)

อ่ะ พอทำใจได้ถึงจะไม่สุกมาก ก็ยังมีส่วนที่เปลี่ยนสีไปแล้ว(ใช่หรอ) ส่วนจานที่อยู่ด้านบน หลายๆคนเห็นแล้วน่าจะพอเดาได้…    ใช่แล้วครับ “ไก่ดิบ!!” ย้ำอีกครั้งนะครับ “ไก่ดิบ!!” เฮือกกกกก คือยังไงดี ปลาดิบอะไรพวกนี้ก็ของดิบเหมือนกันใช่ไหมครับ ก็เออ กินได้อ่ะ อร่อย ชอบนะ แต่แบบ เอ๊ย ไก่ดิบนี่คือรัย มันแบบ… มันไม่ใช่อ่ากิ๊ฟ (มุขโบราณมาก) ต้องออกตัวก่อนเลยว่า ปกติเวลากินไก่ดิบๆเนี่ย จะลากไปกินในน้ำเท่านั้นนะครับ (เฮ่ยๆ เดี๋ยวๆ ตัวอะไรเนี่ยลากไก่ไปกินในน้ำ!!)  ไม่ใช่ละ!! ไม่เคยกินสิ คือเกิดมา ของดิบเนี่ย นอกจากอาหารทะเลก็ไม่เคยกินอย่างอื่นจริงๆครับ

 แล้วถามว่ากินไหม ต้องบอกเลยว่าไม่ครับ ไม่เหลือ!! เรียบร้อยครับลองไปแล้ว“ไก่ดิบ!!”

cqkaj50w_400x400

Cr. www.twitter.com

 

เฮือกกกก คือจริงๆเค้าไม่ได้บังคับให้กินนะครับ เค้าก็ถามก่อนว่า “ต้นซัง กินของดิบได้ไหม?” เราก็คิดว่าปลาดิบแหงๆ(ถึงในใจจะรู้ดีว่านี่มันร้านไก่ย่าง) ก็ตอบไปว่า ได้ครับๆ พอจานนี้มา ก็มีเสียงคะยั้นคะยอว่า “กินสิ จานนี้อร่อยมากเลยนะ” พร้อมกับสายตาของเพื่อนร่วมโต๊ะที่มองมาที่ต้นราวกับจะบอกว่า”ไรว้า ไม่กล้าหรอแค่นี้…”  หึหึ

รสชาติหรอครับ จริงๆแอบเหมือนมะกุโระเหมือนกันนะครับ เนื้อแน่นๆไม่คาว แต่ก็เท่านั้น ชิ้นเดียวก็เกินพอ T_T  โดยที่หลังจากนี้จะมีของดิบบางอย่างมาให้เซอร์ไพร้ส์กันอีกครับ ฮรืออ มาต่อกันที่จานต่อๆไปดีกว่า

จานนี้ผักกาดทอดน้ำปลา

IMG_7615

 

          ครับ เรียกเป็นอาหารบ้านเฮาเลย ๕๕๕ เหมือนจริงๆครับ เหมือนผัดกาดทอดโชยุดีๆเลย แต่ไม่เค็มมาก แล้วตัวผักกาดค่อนข้างออกหวานเลยทีเดียว จานนี้ผ่านครับ ^^ คือผ่านไปเลย ไม่เอาแล้ว จะกินอย่างอื่น ฮ่าๆ

จานนี้น่าจะเป็นยำไก่ทอด

IMG_7616

 

          หน้าตาคล้ายน่ะครับ แต่รสชาติไม่ได้ใกล้เคียงเท่าไหร่… แต่ก็อร่อยอยู่ครับ ได้อยู่ๆ  เหมือนกินไก่ทอดราดน้ำซอสอะไรซักอย่าง…

ตับย่าง

IMG_7617

 

          ครับ มาอีกแล้ว medium rare… ฮรือออออ อ่ะๆ ไหนๆก็มาแล้วก็กินๆให้หมดคิดซะว่าเป็นการเรียนรู้ รสชาติก็… ตับอ่ะครับ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ออกเค็มนิดๆ ไม่ต่างกับตับย่างบ้านเราเท่าไหร่

          หลังจากกินกลับแกล้มไปหลายจาน (มีสั่งไก่ต้ม medium rare เบิ้ล1ที่) พูดเลยครับ ไม่อิ่ม!! คือยังไง อิ่มก็แย่แล้วครับ ยังไม่มีข้าวตกถึงท้องเลย(นิสัยส่วนตัวน่ะครับแหะๆ พอไม่กินข้าวแล้วเหมือนมันไม่อิ่ม ก็มันยังไม่ได้กินข้าวอ้ะเลยไม่อิ่ม…) ก็เลยถามหัวหน้าไปว่า

หน. = หัวหน้า

ต้น  : เราไม่กินข้าวกันหรอครับ?
หน. : อื้ม ไม่กินนะ เพราะกินเบียร์ก็เหมือนกินน้ำไปเยอะแล้ว เลยกินแต่กลับแกล้มน่ะ ต้นซังหิวหรอ?
ต้น  : (ถามมาได้ <=- อันนี้คิดในใจนะ ฮ่าๆ) หิวครับ ตอบไปแบบน้ำเสียงจริงจัง
หน. : (ทำหน้างงแบบ ห้ะ กินไปตั้งเยอะแล้วไม่ใช่หรอ?) จากนั้นหัวหน้าก็หยิบเมนู เลยได้จานนี้มาครับ

ยากิโซบะสีดำ

IMG_7618

          โดยส่วนตัวแล้ว บอกเลยครับว่าหน้าตาจานนี้แบบ อะไรเนี้ยยยย!! แต่พอลองกินไป เออ เข้าท่าแฮะ จานนี้อร่อยเลยครับ เอาไปเลย5กะโหลก (ฮ่าๆ)

 

อันนี้แถม…
หลังจากที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีของดิบอีกหนึ่งชนิดที่เซอร์ไพร้ส์มากอย่างหนึ่ง คือเจ้านี่ครับ

IMG_7683

ให้ทายกันเล่นๆว่าคืออะไร

 

 

เฉลย… “เนื้อม้า!!”ครับ

ครับ ฟังไม่ผิด “เนื้อม้า”ครับ ฮรือออออ มาฝึกงานครั้งนี้ได้กินอะไรแปลกๆเพียบเลย แต่บางอย่างเค้าก็ไม่อยากกินเลยน้า ฮรือออ รสชาติก็ออกจะเหนียวๆ หนึบๆ จานนี้โดยส่วนตัวขอบัยส์ครับ ไม่ไหวแว้วววว

 

          มัวแต่ลงรูปอาหาร ลืมเล่าบทสนทนาระหว่างทานอาหารให้ฟังซะสนิท ฮ่าๆ  จริงๆคุยกันไปหลายอย่างมากครับ อย่างต้นถามไปว่า “ทำไมอยู่ออฟฟิศไม่คุยกันเลยทุกคนแบบแลดูเครียดมาก ไม่ค่อยพูดเล่นหยอกล้อกันเท่าไหร่” มีหลายเสียงเหมือนกันครับที่บอกว่า จริงๆเค้าก็ไม่อยากเครียดแต่ด้วยธรรมเนียมเค้าทำมาแบบนี้ก็เลยต้องทำตามบ้าง แต่บางคนก็คืองานเยอะจริงๆ ต้องใช้สมาธิในการทำงานเพื่อไม่ให้งานผิดพลาดบ้างก็มี แต่โดยธรรมชาติของคนญี่ปุ่นแล้ว เค้าจะขี้เกรงใจกันมากๆครับ จะไม่ค่อยถามเรื่องส่วนตัวหรือคุยกันจุ๊กจิ๊กมากนัก

 

เลยถามต่อว่า “ก็เลยต้องมาคุยกันตอนกินข้าว ตอนดื่มกันอะไรแบบนี้แทนหรอ” อันนี้ส่วนใหญ่มีเสียงไปทิศทางเดียวกันว่าใช่ครับ ต้องอธิบายเพิ่มเติมจากด้านบนว่าคนญี่ปุ่นค่อนข้างขี้เกรงใจมากๆ แถมยังขี้อายกันมากๆด้วยครับ พอมีแอลกอฮอล์เพิ่มลงไปในเลือดซักนิดนึงก็จะทำให้มีความกล้า และการพูดคุยก็จะออกรสชาติมากขึ้นด้วยครับ ^_^
(และหากว่าหนุ่มหรือสาวคนใด แอบปิ๊งอีกฝ่ายอยู่ล่ะก็ มักจะใช้โอกาสนี้ในการสานสัมพันธ์ด้วยครับ <3)

nomikai-img

Cr. http://tuitui.jp/

 

ทีนี้ตาเราโดนถามบ้าง คือต้องบอกอย่างนี้ครับ ต้นเองก็ไม่ได้เก่งภาษาญี่ปุ่นอะไรมากนัก ดังนั้นเอาเป็นว่าทุกครั้งที่ได้มีโอกาสคุยกับคนญี่ปุ่นต้นจะยกเรื่องที่ตัวเองถนัดมากที่สุดที่สามารถใช้ภาษาญี่ปุ่นได้แบบว่าค่อนข้างพูดได้เยอะหน่อย (มีแผนๆ) ซึ่งแน่นอนหนีไม่พ้นเรื่องของ AKB48 (ฮุๆ ) เรียกว่าหัวข้อชูโรงเลยครับ ถ้าไม่มีเรื่องนี้ จริงๆต้นก็แทบพูดญี่ปุ่นไม่ได้เลย(ตะเตือนไตนิดๆเหมือนกัน   > <)

ยูกิริน อาริงาโตนะ!! (ยูกิรินโอชิ ฮิๆ)

柏木由紀

Cr. http://supanna.jp/

 

          ซึ่งแน่นอนว่า ย่อมไม่เป็นการดีสำหรับอาชีพที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นซักเท่าไหร่ และครั้งหนึ่งพี่”นัทโตะ”แห่งเว็บไซท์
J-Doradic ได้เคยเขียนไว้ในเพจเฟซบุคประมาณว่า (ขออนุญาตยกคำพูดของพี่นัทโตะมาใช้ด้วยนะครับ) ลูกค้าญี่ปุ่นเค้าประทับใจในตัวพี่นัทโตะตรง”ความรู้รอบตัว” ที่พี่เค้าศึกษามา โดยพี่นัทโตะบอกว่า เช้าก่อนวันมาทำงานจะพยายามหาข่าวสารใหม่ๆ หรือข่าวตามหนังสือพิมพ์มาอ่านก่อน เพื่อที่จะนำไปพูดคุยกับลูกค้าได้ (ต้องขออภัยจริงๆนะครับ ที่คำพูดอาจจะไม่ได้ตามที่พี่นัทโตะพูดมาเป๊ะๆทั้งหมด อันนี้ต้นนึกจากที่จำได้ครับ)

          ซึ่งแน่นอนว่าหลายๆคนจะรู้จัก AKB แต่ไม่ใช่ทุกคน อย่างเช่นเหล่าเมเนเจอร์ทั้งหลายนี้ส่วนใหญ่จะอายุ40-50 ขึ้นไปกันหมดแล้ว ดังนั้นก่อนไปก็ทำการศึกษาหาข้อมูลหลายๆเรื่องไปเตรียมตัวพูดคุยบนโต๊ะสนทนา ซึ่งก็ได้ผลครับ สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมโต๊ะอาหารหลายๆท่านได้เป็นอย่างดีเลยล่ะครับ (ขอบคุณพี่นัทโตะสำหรับคำแนะนำดีๆด้วยครับ ^^)

 

          ยังครับยัง ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ค่ำคืนแห่งการดื่มเพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ยังคำดำเนินต่อไป หลังจากกินกันจนอิ่ม ดื่มจนทุกคนพูดออกมาเป็นกลิ่นแอลกอฮอล์กันหมดแล้ว (ดื่มกันค่อนข้างเยอะทีเดียวครับ) ก็มีหัวหน้าท่านนึงเสนอมาว่า ไหนๆต้นซังก็ชอบเอเคบีแล้ว ให้ต้นซังร้องเอเคบีให้ฟังหน่อยดีกว่า!!

ใช่แล้วครับ แล้วเราก็ยกขโยงกันไปร้านคาราโอเกะแห่งหนึ่งใกล้ๆออฟฟิศกันโดยมิได้นัดหมาย!!
ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไรนั้น ติดตามต่อได้ ข้างล่างนี้เลยครับ!!(จะเขียนให้ตื่นเต้นเพื่อ?!!)

โดยเรามาต่อกันที่ร้านนี้ครับ บิ๊ก อีโก้ (บิ๊ก เอคโค่!!) โห อ่านผิดซะ

big echo

Cr. http://big-echo.jp/

 

หน้าตาห้องที่ร้อง ประมาณนี้เลยครับ

0bd66df110109a42_h480

Cr. http://deece.jp

 

แต่ประทับใจเจ้านี่ที่สุดเลยครับ

IMG_2195

Cr. http://a380k.blog40.fc2.com/

 

          หากใครเคยไปร้านคาราโอเกะญี่ปุ่นมาแล้วอาจจะพอคุ้นหน้าคุ้นตาบ้าง นี่คือรีโมทไว้เลือกเพลงนั่นเองครับ ดูแบบล้ำมาก ที่หน้าจอมีวีดีโอเล่นตลอดเวลา ปุ่มแต่ละปุ่มก็ดูสวยงามน่าใช้มากๆครับ เรียกได้ว่า คืนนั้นต้นเห่อมาก กดเล่นไม่หยุดเลย ๕๕๕

เอาบรรยากาศมาฝากซักนิด

IMG_7873

คนขวาต้นเองครับ ส่วนคนซ้ายคือเมเนอเจอร์ท่านนึงที่ไปด้วยกัน คอยเชียร์อยู่ ฮ่าๆ

 

          ต้องบอกว่า เวลานี้ไม่ใช่เวลาทำงานอีกต่อไปแล้ว คือทุกคนสนุกกันมากๆ ช่วยกันร้อง ช่วยกันเชียร์ ช่วยกันส่งเสียงแบบ โอ้โห ประทับใจมากๆครับ และที่สั่งเกตุได้อีกอย่างหนึ่งคือ เครื่องดื่มครับ ถ้าเครื่องดื่มใครหมดเมื่อไหร่ เค้าจะโทรไปสั่งเครื่องดื่มกันที อารมณ์แบบ แก้วว่างไม่ได้เลยจริงๆ ต้นก็ดื่มน้ำชามาจากร้านแรกค่อนข้างเยอะแล้ว มาที่นี่เลยไม่ค่อยได้สั่งอะไรเท่าไหร่ครับ แต่ขนาดนั้น ถ้าดื่มหมดปุ๊ป เค้าจะสั่งมาให้ใหม่ทันที คือเหมือนทุกคนจะคอยสังเกตุแก้วของแต่ละคนๆ เลยล่ะครับว่า ของใครหมดไม่หมด เหลือน้อยเหลือมาก เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งความเอาใจใส่เล็กๆน้อยๆที่ต้นรู้สึกประทับใจมากครับ ^_^

part_134331_3975043_16201

 

         เวลาก็ล่วงเลยมาจนห้าทุ่มกว่าๆ เรียกได้ว่าวันนั้นแอบหมดสภาพเหมือนกันครับ ได้ขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายกลับที่พัก (เค้าคำนวณเวลากันแม่นมากๆ) ถึงที่พักก็จัดแจงเก็บข้าวเก็บของอาบน้ำแล้วหลับไปในทันที ได้แต่เก็บความสนุกสนาน ความตื่นเต้นกับอะไรใหม่ๆมากมายในวันนี้ไว้ก่อน เพื่อเตรียมตัวไปทำงานในวันรุ่งขึ้นต่อไป

 

 

          เป็นอย่างไรบ้างครับสำหรับทั้งสองตอนของ”เมื่อหนุ่มไทยได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น” โดยท้ายนี้อยากจะขอทำความเข้าใจเพิ่มเติมกับท่านผู้อ่านอีกซักนิดว่า เรื่องราวที่เล่ามานี้เป็นเพียง”ประสบการณ์ส่วนตัว” ที่ต้นได้พบเจอมา ดังนั้นอาจจะไม่สามารถนำไปเหมารวมถึงบริษัท และบุคลิกนิสัยใจคอของคนญี่ปุ่นได้ทุกๆคน จึงเรียนมาเพื่อทราบ และโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านและทำความเข้าใจด้วยนะครับ ^_^

 

และหวังว่าประสบการณ์เรื่องการฝึกงานของต้นที่เล่าผ่านหัวข้อ “เมื่อหนุ่มไทยได้ไปฝึกงานที่ญี่ปุ่น” ทั้งสองตอนนี้ จะช่วยเพิ่มมุมมองและเพิ่มเติมเรื่องราวของคนญี่ปุ่นผ่านหนุ่มไทยตัวเล็กๆคนนึงที่ได้เดินทางไปแดนอาทิตย์อุทัยและมีโอกาสได้ไปพบเจอประสบการณ์การฝึกงานเหล่านี้ได้แก่ทุกท่านไม่มากก็น้อยนะครับ

แล้วพบกันใหม่ตอนหน้า ส่วนจะเป็นเรื่องอะไรนั้นอย่าลืมติดตามกันนะครับ ^_^

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

ติดตามผลงานอื่นๆของต้นได้ที่

แฟนเพจ จักรกริช คิดได้
โคะดามะ ฮารุกะ ไทยแลนแฟนคลับ
By: tondutchie

tondutchie

tondutchie : ไม่ได้เป็นหนุ่มดัชชี่ แค่ชอบกินโยเกิร์ต... ปัจจุบันทำงานเป็น Project Manager ที่บริษัทญี่ปุ่นแห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นโอตะ 48Group, สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับญี่ปุ่น จึงอยากนำเรื่องราวมุมมองต่างๆของญี่ปุ่น มาถ่ายทอดให้กับผู้ที่สนใจได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้ไปด้วยกัน หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกๆท่านที่ได้รับชมนะครับ ^_^ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ติดตามผลงานอื่นๆของต้นได้ที่ https://web.facebook.com/KodamaHarukaThai