วิธีดูกระเป๋า Anello ของแท้ vs ของปลอม

 

กระเป๋าเป้ Anello ตอนนี้ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง เรียกว่ากระแสดีมาก อาจจะด้วยรูปทรงที่ไม่เหมือนเป้ทั่วๆไป มีหลากหลายสีสันให้ได้เลือกหิ้วเป็นแฟชั่นเก๋ๆแล้วยังมาจากแบรนด์ของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งการันตีถึงคุณภาพเต็มๆอีกด้วย แต่เนื่องจากว่ากระเป๋า Anello ที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นต้องยอมรับว่าเป็นกระเป๋าที่ราคาไม่แพง ซึ่งทางแบรนด์เองก็ได้ให้ทางโรงงานที่ประเทศจีนเป็นผู้ผลิต และรูปแบบก็ไม่ได้ยากเกินกว่าที่จะทำก้อปปี้ ในปัจจุบันเลยมีเป้ Anello ของปลอมระบาดไปทั่วบ้านทั่วเมืองเยอะพอๆกับของแท้เลย

 

วันนี้ทาง Japanmase เลยอยากจะแนะนำข้อเปรียบเทียบ และวิธีการดูของแท้ กับของปลอมกันว่ามันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง *แต่ทั้งนี้เนื่องจากของปลอมมีหลายเกรด หลายโรงงานมากๆ ผมเลยขอเปรียบเทียบให้หลากหลายข้อซักนิด เพื่อที่จะดูได้ไม่จุดใดก็จุดหนึ่งที่แตกต่างครับ เรามาชี้เป้ากันเลยดีกว่า

 

1. เรื่องของราคา

เริ่มกันที่ราคา เนื่องจากเป้ Anello ที่ขายอยู่ที่ญี่ปุ่นมีราคาตั้งแต่ 4500 เยนไล่ไปเรื่อยๆจนถึง 5300 เยน เพราะฉะนั้นราคาที่แม่ค้าขายกันก็ไม่น่าจะต่ำมาก ถ้าเห็นขายกันหลักร้อย หรือพันต้นๆบอกได้เลยว่าปลอมแน่นอนจ้า

 

2. วัสดุ และขนาด

ถ้าเคยจับเป้ Anello ของจริงมาก่อนจะรู้ว่าผ้าของปลอมมีความแตกต่างพอสมควร ของปลอมจะเป็นผ้าที่แข็งมาก รูปทรงจะแข็งเป๊กดัดไปในทิศทางไหนไม่ได้เลย ผิดกับของแท้ที่มันจะนุ่มกว่า และผ้าบางกว่าในระดับนึง ส่วนขนาดของปลอมจะมีความคลาดเคลื่อนอยู่ไม่เล็กเกิน ก็ใหญ่เกิน แต่ของจริงจะขนาดพอดีที่ 40 x 27 x 17 ซม. สำหรับขนาดปกติ

 

anello-real-fake-01

 

3. บริเวณซิบ

หนังบริเวณมุมสุดของซิบตรงช่องใหญ่ กับหนังที่รัดมากับที่ดึงซิบกระเป๋าหน้า ของแท้มักมีสีที่เข้มกว่าของปลอม และบริเวณหนังที่ 2 ที่จะต้องมีพลาสติกหุ้มอยู่ด้วย ซึ่งของปลอมนั้นไม่มีจ้า

 

anello-real-fake-02

 

4. โลโก้

โลโก้ผ้าที่แปะอยู่ด้านหน้ากระเป๋า Anello นั้น ของแท้จะต้องเป็นขวด 2 ใบไขว้กัน และส่วนสี่เหลี่ยมที่ตัดกันจะต้องเห็นเด่นชัด คม ไม่เหมือนของปลอมที่อาจจะไม่ชัดบ้าง เส้นหายไปบ้าง

 

5. ปีบนป้ายกระดาษ

สำหรับป้ายกระดาษที่ติดห้อยมากับกระเป๋านั้น ให้สังเกตุตรงปี ว่าตรงกับที่ป้ายผ้าบนกระเป๋าหรือเปล่า เพราะของแท้ทั้งบนตัวกระเป๋า กับป้ายกระดาษจะต้องเป็น  2005 ไม่ใช่ 2004 ที่ป้าย

 

anello-real-fake-03

 

6. รายละเอียดบนป้ายกระดาษ

รายละเอียดของฟ้อนต์ต่างๆบนป้ายกระดาษ ของแท้มักจะมีตัวอักษรที่คมกว่าและตัวไม่หนาเท่ากับของปลอม และรายละเอียดบนป้ายถูกต้อง ทั้งราคา และสี ซึ่งสีจะใช้เป็นตัวอักษรย่อ และของแท้ที่ด้านบนป้ายจะต้องมีบอก Follow us on Instagram! @anello_bag ด้วยซึ่งของปลอมบางทีจะไม่มี ส่วนบางคนที่ซื้อมาอาจจะไม่เจอป้ายนี้ เนื่องจากบางร้านเค้าจะแกะป้ายอันนี้ออก เนื่องจากมีราคาติดมาอยู่ด้วยจ้า

 

anello-real-fake-04

 

7. กระดุมรัดสายหิ้ว

กระดุมที่อยู่บนตัวรัดสายหิ้วเป้ จะมีลายดาว 6 ดาวอยู่ ของแท้จะมีแค่ดาว ส่วนของปลอมนั้นอาจจะมีรูป หรือตัวอักษรอื่นที่ไม่ใช่ดาวติดมาด้วย

 

8. ซิบ

ตัวดึงซิบ ของแท้นั้นจะเป็นสีทองเหลือง ลักษณะผอมยาวสมส่วน แต่ของปลอมนั้นบางทีอาจจะอ้วนสั้น หรือเป็นสี่เหลี่ยมเลยก็มี

 

anello-real-fake-05

 

9. ทรงของเป้

เรื่องของทรงบางทีก็ดูยาก เพราะของปลอมมีวัสดุหลายแบบ แต่ขอบอกเป็นแนวทางละกันครับ คือ ของแท้จะจัดเป็นทรงง่าย ผิดกับของปลอมที่ไม่แข็งเป๊ก ก็จะอ่อนปวกเปียกไปเลยจ้า

 

anello-real-fake-06-1

 

10. รายละเอียดป้ายด้านในกระเป๋า

ป้ายด้านในกระเป๋าอันเดิมกับข้อเมื่อกี้ ของแท้ที่ด้านหลังป้ายจะมีระบุ ปีเดือนวัน ที่ผลิตเอาไว้ ส่วนของปลอมด้านหลังจะว่างเปล่า

 

anello-real-fake-06-2

 

11. รหัสของกระเป๋า

สำหรับเป้ Anello ล็อตหลังๆ ตั้งแต่วันที่ 20/11/2015 เป็นต้นมา ตัวรหัสที่อยู่บนป้ายกระดาษห้อยนั้นจะมีตัว A ต่อท้ายด้วยจ้า

 

anello-real-fake-07

 

12. ความน่าเชื่อถือของร้าน

ก่อนจะซื้อกระเป๋า Anello จากร้านไหน อย่าลืมเช็คประวัติ หรือดูรายละเอียดร้านกันให้ดีก่อน ไม่ใช่เห็นว่าถูกก็หน้ามืดตามัวสั่งซื้อเลยทันที เพราะปัจจุบันของปลอมระบาดหนักมาก ไม่อยากจะให้เสียใจภายหลังกันนะจ๊ะ ^^

 

anello-real-fake-HARAJUKU

FB :: HarajukuStreet

 

anello-real-fake-08

 

anello-real-fake-09

 

Credit: katsura1213.pixnet.net

 

 

Comments

comments

JaK_Moshi

JaK_Moshi

จักร จั๊กกะจี้ // พิธีกร-mc ผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในแทบจะทุกสิ่งอย่างของประเทศญี่ปุ่น อาจจะเพราะคลุกคลีกับเกม การ์ตูน อาหารญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กจนโต และยังชอบไปเที่ยวญี่ปุ่นได้แบบไม่รู้จักเบื่ออีกด้วย !! Thai MC who loves Japan the most. Enjoy playing games, reading manga, eating japanese food since a kid. And want to go to Japan as often as possible !! [IG: @JaK_Moshi] [Twitter: @JaK_Moshi]